ข้อห้ามก่อนฉีดฟิลเลอร์

ฟิลเลอร์ คืออะไร

ฟิลเลอร์ หรือที่เรียกอีกชื่อว่า Derma Filler คือสารที่ใช้สำหรับแก้ปัญหาผิวขาดวอลลุ่ม ฟิลเลอร์คือ สารเติมเต็ม Hyaluronic Acid หรือเรียกย่อ ๆ ว่า HA ซึ่งเป็นสารประกอบของคอลลาเจนซึ่งมีอยู่แล้วในผิวหนังของคนเราใช้ฉีดเพื่อเติมเต็มส่วนต่าง ๆ ในส่วนที่ต้องการบริเวณชั้นใต้ผิวหนังแก้ไขปัญหาริ้วรอยหรือร่องลึกที่บริเวณส่วนต่าง ๆ ของใบหน้าลำคอ และตามผิวหนังบริเวณหน้าอกซึ่งจะช่วยทำให้ผิวดูเต่งตึงกระชับขึ้นอีกทั้งยังสามารถฉีดเพื่อเสริมแก้มและเสริมคางได้อีกด้วยยิ่งกาลเวลาผ่านไปอายุก็ล่วงเลยเข้าสู่วัยกลางคนทำให้ใบหน้าอาจมีริ้วรอยเหี่ยวย่นใบหน้าดูหย่อนคล้อยไม่นุ่มเด้งเหมือนตอนสมัยวัยรุ่นฟิลเลอร์ยังช่วยแก้ไขอวัยวะเฉพาะจุดได้อีกด้วยเช่น ฉีดฟิลเลอร์ที่ริมฝีปากเพื่อให้ริมฝีปากดูอิ่มเอิบมากขึ้น ฉีดฟิลเลอร์ที่จมูกเพื่อให้จมูกโด่งสวยได้รูปมากขึ้น ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาเพื่อลดริ้วรอยรอบดวงตาให้ดูอ่อนเยาว์มากยิ่งขึ้น

การฉีดฟิลเลอร์คืออะไร

การฉีดฟิลเลอร์คือ การฉีดสารเติมเต็มเพื่อทำให้ริ้วรอยร่องลึกตามจุดต่าง ๆ เราจึงใช้ฟิลเลอร์เพื่อจุดประสงค์ของการเติมเต็มให้กับผิวที่เสื่อมสภาพไปนั้นกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้งหรือฉีดเพื่อปรับแต่งรูปหน้าในตำแหน่งต่าง ๆ เช่น ปรับใบหน้าให้ดูมีมิติมากขึ้น ลดริ้วรอยใต้ตา ลดร่องแก้ม และริ้วรอยเหี่ยวย่นต่าง ๆ ก่อนเติมฟิลเลอร์แนะนำให้สำรวจตัวเองก่อนว่ามีโรคประจำตัวให้เรียบร้อยก่อนว่า เป็นผู้ที่มีประวัติเป็นภูมิแพ้อย่างรุนแรงหรือไม่ เป็นผู้ที่มีปัญหาเลือดออกง่ายหรือเปล่า เป็นผู้มีประวัติแพ้ยาชาหรือไม่ หรือทานยาละลายลิ่มเลือดมาก่อนหรือเปล่า เช่น ยาแอสไพริน สตรีมีครรภ์และให้นมบุตร ไม่ควรเติมฟิลเลอร์พยายามหลีกเลี่ยงไปเลย และสำคัญควรเลือกคลินิกที่ได้มาตรฐานและปลอดภัยมีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโดยตรง

ประเภทของฟิลเลอร์

ฟิลเลอร์หรือสารเติมเต็มแบ่งง่ายๆออกเป็น 3 ประเภทหลัก ๆ ด้วยกัน

1.Temporary filler (แบบชั่วคราว)

อยู่ได้ประมาณ 6 เดือน – 2 ปี ซึ่งจะใช้สารที่สามารถสลายตัวได้เองตามธรรมชาติ เช่น สารไฮยาลูโรนิกแอซิด (Hyaluronic Acid) สารคอลลาเจน (Collagen) ซึ่งเป็นสารที่สังเคราะห์ขึ้นมาให้ใกล้เคียงกับที่มีอยู่แล้วในผิวหนัง ที่ใช้ในปัจจุบันเป็นชนิดที่ไม่ทำให้เกิดการแพ้หรือแพ้น้อยมาก ซึ่งมีความปลอดภัยสูงและมีคุณภาพมาก

2. Semi-Permanent Filler (แบบกึ่งถาวร)
การฉีดแบบกึ่งถาวรนั้นมีความปลอดภัยรองลงมาจากแบบชั่วคราวเช่น แคลเซียมฟิลเลอร์ ที่มีส่วนผสมของแคลเซียม ไฮดรอกซิลอะพาไทต์ (Hydroxyapatite) สารเติมเต็มกลุ่มกึ่งถาวรนี้มีใช้ในต่างประเทศแต่ยังไม่ได้รับอนุญาตให้ใช้รักษาในประเทศไทย เนื่องจากเมื่อเกิดผลข้างเคียงหลังการรักษาจะสามารถทำการแก้ไขได้ยากกว่าสารเติมเต็มในกลุ่มที่ย่อยสลายได้ ซึ่งสารเหล่านี้เป็นสารที่สังเคราะห์ขึ้น แต่มีความเข้ากันได้กับเนื้อเยื่อ ไม่ก่อให้เกิดอาการแพ้ จะมีอายุยาวกว่าการฉีดฟิลเลอร์แบบชั่วคราว อาจอยู่ได้นานถึง 2 ปี ขึ้นกับชนิดของฟิลเลอร์ที่เลือกใช

3. Permanent Filler (แบบถาวร)

เป็นสารเติมเต็มพวก ซิลิโคนเหลว หรือ พาราฟิน หลังฉีดไปแล้วผิวจะไม่สามารถดูดซึมฟิลเลอร์ชนิดนี้ได้ ทำให้คงค้างอยู่ในชั้นผิวของเราซึ่งจะทำให้ผลลัพธ์แบบถาวรโดยไม่สามารถสลายออกเองได้การฉีดสารประเภทนี้ระบุผลข้างเคียงในระยะยาวไม่ได้อาจทำให้เกิดผลข้างเคียงที่ร้ายแรงมีการอักเสบหรือถึงขั้นทำให้บริเวณที่ฉีดเปลี่ยนรูปไปจึงไม่แนะนำให้ฉีดสารชนิดนี้เพราะหากต้องการนำออกอาจจะไม่สามารถนำออกได้หมดซึ่งเกิดอันตรายในระยะยาวแก่ร่างกายเราได้

ระยะเวลาในการฉีดฟิลเลอร์

การฉีดฟิลเลอร์จะใช้เวลาประมาณ 15-30 นาทีโดยเมื่อฟิลเลอร์อยู่ในตำแหน่งที่ต้องการแก้ไขแล้วก็จะเห็นผลทันทีและจะยิ่งเห็นผลชัดที่สุดในวันที่ 5 ส่วนใหญ่มาตรฐานของฟิลเลอร์แล้วจะมีอายุของตัวยาอยู่ได้ 12-18 เดิอนขึ้นกับปริมาณความเข้มข้นของ Hyaluronic Acid และเทคโนโลยีการผลิตที่ได้รับมาตรฐานการรับรองจากองค์การอาหารและยาเป็นสารที่เลียนแบบสารที่มีตามธรรมชาติสามารถย่อยสลายได้เองตามกระบวนการทางธรรมชาติของร่างกายโดยไม่ทิ้งสารตกค้าง

ข้อปฏิบัติก่อนฉีดฟิลเลอร์

การฉีดฟิลเลอร์จะต้องทำโดยแพทย์ที่มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญเพราะการฉีดฟิลเลอร์จะต้องฉีดวางฟิลเลอร์ให้ถูกตำแหน่งเพื่อผลลัพธ์ที่สวยและเป็นธรรมชาติไม่ดูเป็นก้อนเป็นลำอยู่บนหน้าและนี้คือวิธีปฏิบัติทั้งก่อนและหลังการฉีดฟิลเลอร์

  • ควรงดอาหารเสริมหรือยาบางชนิด เช่น ยาแอสไพริน และวิตามินอี
  • งดดื่มแอลกฮอล์ และ กิจกรรมที่ทำให้เลือดสูบฉีดเช่น เข้าซาวน่า ออกกำลังกาย cardio เป็นเวลา 24 ชม.ก่อนทำ
  • หากต้องทำการเลเซอร์ในบริเวณที่ต้องการฉีดฟิลเลอร์ควรทำก่อนอย่างน้อย 3 วัน เพราะหลังจากฉีดฟิลเลอร์ต้องงดเป็นเวลา 2 อาทิตย์
  • หากกำลังรับประทานยา หรือมีประวัติการแพ้ยาใด ๆ ก็ตาม จะต้องแจ้งแพทย์ให้ทราบล่วงหน้า

ข้อปฏิบัติหลังฉีดฟิลเลอร์

  • ควรหลีกเลี่ยงความร้อนต่าง ๆ เช่น แสงแดด ไดร์เป่าผม เตาหมูปิ้ง
  • ควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสบริเวณที่ทำการฉีดฟิลเลอร์หรือทำการขัดถูรวมถึงการสครับผิวด้วย
  • หลังเติมฟิลเลอร์ควรหลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอร์ การสูบบุหรี่, การดูด การจูบ (กรณีที่ฉีดที่ริมฝีปาก)
  • หลีกเลี่ยงการแว๊กซ์ ถอน ย้อมสีขน หรือใช้ครีมกำจัดขน
  • อย่าขยับใบหน้าเยอะโดยเฉพาะในช่วง 3 วันหลังทำ จะทำให้ไหมและฟิลเลอร์ที่ทำไว้เคลื่อนผิดตำแหน่งได้
  • การประคบเย็นอย่างผิดวิธีอาจทำให้ฟิลเลอร์ที่ฉีดหรือไหมที่ร้อยไว้เกิดการเคลื่อนและไม่เกาะผิวได้ ควรประคบเย็นตามคำแนะนำของแพทย์ในบางกรณีเท่านั้น
  • การใช้สายรัดหน้าหลังร้อยไหมควรใช้ตามคำแนะนำของแพทย์ในกรณีที่มีเลือดออกมากเท่านั้น ซึ่งในเคสส่วนมากหมอจะไม่แนะนำให้ใช้เนื่องจากอาจทำให้ไหมเคลื่อนและไม่เกาะผิว
  • 1 ชม.หลังทำ สามารถแกะพลาสเตอร์ออกได้

อาหารควรงดในระยะ 14 วันหลังทำ (ถ้าทำไม่ได้จริง ๆ ก็ควรอย่างน้อย 48 ชม.)

  • หมูกระทะ ปิ้งย่าง ชาบู ที่ต้องนั่งหน้าเตาร้อนๆ
  • อาหารที่เผ็ดมาก ๆ
  • อาหารหมักดอง เพราะมีสารที่ทำให้เส้นเลือดขยายตัว เช่น ปลาร้า หน่อไม้ดอง มะม่วงดอง
  • งดอาหารที่หวานจัด ๆ เช่น นมวัว เพราะสามารถกระตุ้นกระบวนการอักเสบได้
  • หลีกเลี่ยงการกินอาหารดิบจากร้านอาหารที่ไม่สะอาดเนื่องจากพยาธิบางชนิดจะทำปฏิกริยากับฟิลเลอร์แล้วเกิดการอักเสบได้
  • ควรงดสูบบุหรี่ในบุหรี่มีสารหลายชนิดที่ขยายหลอดเลือดจะทำให้ยุบบวมช้าและผลการรักษาอยู่ได้สั้นลง
  • เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด เหล้า เบียร์ ไวน์ น้ำหมัก

อาการข้างเคียงของการฉีดฟิลเลอร์

อาจจะมีอาการบวมแดงเขียวช้ำหรือคันได้ในจุดที่ทำการฉีดฟิลเลอร์เป็นปกติให้หลีกเลี่ยงการแตะการเกาการกดนวดในจุดนั้น ๆ อาการต่าง ๆ จะค่อยๆดีขึ้นภายใน 2-3 วัน หาก 3 วัน อาการไม่ดีขึ้น แนะนำให้พบแพทย์คลินิกที่ได้ทำการรักษา หากฟิลเลอร์ที่ฉีดนั้นเป็นฟิลเลอร์แท้จะไม่ทำให้เกิดผลข้างเคียงที่อันตรายไม่เกิดการไหลย้อยหรือฟิลเลอร์ผิดรูปแต่อาการข้างเคียงที่เกิดจากเทคนิคแพทย์ก็อาจจะเกิดขึ้นได้หากไม่ได้รับบริการจากแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง

การฉีดฟิลเลอร์นั้นดูแลได้ไม่ยากอย่างที่หลาย ๆ คนคิด ถึงจะเป็นสารเติมเต็มที่เป็นตัวช่วยของสาว ๆ จัดการปัญหาต่าง ๆ ได้แล้วแต่เราก็ต้องดูแลและปฏิบัติตนที่เคร่งครัดทั้งก่อนและหลังเติมเพียงเท่านี้ก็ไม่มีปัญหาตามมาภายหลังจากการเติมฟิลเลอร์แล้วที่สำคัญต้องเลือกคุณหมอและคลินิกที่เชี่ยวชาญโดยตรงเพื่อความสวยและปลอดภัย หากใครมียาที่รับประทานเป็นยาสำหรับโรคประจำตัวหรือกลุ่มอาหารเสริมบางชนิดอาจทำการตรวจสอบกับแพทย์ที่จะทำการฉีดฟิลเลอร์ให้ก่อนเข้ารับการรักษาว่าจำเป็นต้องหยุดยาหรืออาหารเสริมประเภทนั้น ๆ ก่อนหรือไม่ทั้งนี้หลังเข้ารับการรักษาด้วยการฉีดฟิลเลอร์อย่าลืมรับประทานน้ำให้ได้อย่างน้อยวันละ 3-4 ลิตรในช่วงวันแรก ๆ เพื่อให้ฟิลเลอร์ของเราอุ้มน้ำมากยิ่งขึ้นฟิลเลอร์ถึงจะเป็นสารเติมเต็มที่เป็นตัวช่วยของสาว ๆ จัดการปัญหาต่าง ๆ ได้แล้วแต่เราก็ต้องดูแลและปฏิบัติตนที่เคร่งครัดทั้งก่อนและหลังเติมเพียงเท่านี้ก็ไม่มีปัญหาตามมาภายหลังจากการเติมฟิลเลอร์แล้วที่สำคัญต้องเลือกคุณหมอและคลินิกที่เชี่ยวชาญโดยตรงเพื่อความสวยและปลอดภัย