ข้อเสียร้อยไหมก้างปลา

ร้อยไหมก้างปลาเป็นศัลยกรรมประเภทหนึ่งที่ช่วยให้ใบหน้ายกกระชับเรียวขึ้นเป็นวิธีที่หนุ่มสาวผู้รักสวยรักงามเลือกใช้กันการร้อยไหมจะใช้เข็มนำเส้นไหมละลายที่มีเงี่ยงสอดลงในชั้นผิวหนังเมื่อเวลาผ่านไป 6-18เดือนเส้นไหมก็จะละลายไปโดยไม่เป็นอันตรายหากร้อยด้วยเทคนิคที่ถูกต้องก็จะเกิดเป็นเส้นไยอิลาสตินช่วยประคองผิวโดยจะมีจุดที่ดึงบริเวณแก้มส่วนล่างและจุดที่ยึดอยู่บริเวณขมับดึงเข้าหากันจึงสามารถดึงแก้มที่หย่อนขึ้นได้ทันที ผิวก็จะถูกเงี่ยงเกี่ยวขึ้นมาตามเส้นไหมในทิศทางที่ร้อยไหมเข้าไป คล้ายๆ ตะขอเกี่ยววันนี้เราจะพาหลาย ๆ ท่านไปพบกับการร้อยไหมแบบก้างปลาว่าเป็นเช่นไร, มีข้อดีข้อเสีย, การปฏิบัติตัวก่อนและหลังทำมีอะไรบ้าง

ชนิดของเส้นไหมและอายุของผู้ที่จะเข้ารับบริการ

ไหมชนิดที่นิยมใช้กันมากทำมาจากโพลีไดอ๊อกซาโนน (polydioxanone หรือ PDO) ซึ่งเป็นไหมที่นำมาใช้ในการทำศัลยกรรมเย็บเส้นเลือดหัวใจซึ่งมีโอกาสแพ้น้อยมากไม่มีปฏิกิริยาต่อผิวหนังผ่านการรับรองความปลอดภัยจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เส้นไหมจะถูกดูดซับโดยผิวหนังภายหลังจากการร้อยไหมผ่านไปหลายๆเดือนในขณะเดียวกันเส้นไหมจะสามารถสลายตัวได้เองภายใน 8 เดือนและจะให้มีประสิทธิภาพต่อผิวหนังในระยะเวลาประมาณ 2 ปี

การร้อยไหม คือเทคนิคที่นำมาใช้ช่วยยกกระชับซึ่งชนิดของเส้นไหมที่นิยมใช้กันมี 3 แบบคือ

  1. เส้นไหมเรียบ เป็นเส้นไหมที่ช่วยทำให้ผิวเต่งตึงแต่ไม่สามารถยกกระชับในหน้าได้เนื่องจากเส้นไหมจะมีลักษณะที่เรียบไปตลอดทั้งเส้นเหมาะกับการปรับผิวให้เต่งตึงหรือเติมเต็มผิวตรงบริเวณหน้าฝาก ใต้ตา คอ เป็นต้น
  2. เส้นไหมมีลักษณะแบ่งได้ 2 แบบคือ ไหมเส้นเดียวแบบเป็นเกลียวและไหมสองเส้นเกลียวเข้าหากันมีความแข็งแรงกว่าไหมเส้นเรียบและสามารถยกกระชับผิวที่ได้จึงสามารถทำได้ทั่วทั้งใบหน้า
  3. เส้นไหมที่มีเงี่ยง จะมีลักษณะเป็นไหมเส้นเดียวที่มีเงี่ยงตลอดทั้งเส้นเส้นไหมชนิดนี้จึงเหมาะกับการยกกระชับใบหน้าปรับรูปหน้าให้เรียว รวมทั้งยังเก็บเหนียงบริเวณคางได้อีกด้วย

ร้อยไหม ดีอย่างไร

การยกกระชับผิวด้วยการร้อยไหมความจริงแล้วสามารถทำได้ทั้งผิวหน้าและผิวกายแต่ส่วนใหญ่จะทำที่ผิวหน้าเพราะช่วยแก้ปัญหาการหย่อนคล้อยของผิวได้ดีซึ่งการร้อยไหมดีอย่างไร

  1. แก้ปัญหาการหย่อนคล้อยได้ทั่วทั้งใบหน้า ไม่ว่าจะเป็น บริเวณแก้ม, หน้าผาก, ร่องจมูก, ขากรรไกร, ริ้วรอยเหี่ยวย่นทั้งใบหน้า ทำให้หน้าดูเด็กลงได้
  2. ช่วยให้ผิวหน้าเต่งตึง เพราะเมื่อไหมร้อยไหมเข้าไปยังกล้ามเนื้อใต้ผิวหนังจะทำให้เกิดการอักเสบของเนื้อเยื่อใต้ผิวหนังและร่างกายของเราจะผลิตคอลลาเจนมาขึ้นมาบริเวณรอบเส้นไหมแบบอัตโนมัติ ซึ่งเมื่อคอลลาเจนเกิดขึ้นมาผิวหน้าก็จะถูกดึงรั้งเต่งตึงขึ้น
  3. ช่วยปรับรูปหน้าให้ดูเรียวขึ้นได้ โดยไม่ต้องผ่าตัด ซึ่งส่วนใหญ่จะใช้ไหมละลายที่มีเขี้ยวแล้วเกี่ยวลงในชั้นใต้ผิวหนังพร้อมกับดึงขึ้นเล็กน้อย เพื่อปรับรูปหน้าตามที่คุณต้องการ เหมาะสำหรับผู้ที่มีอายุ 35 ปีขึ้นไปแล้วผิวไม่กระชับพอใช้ไหมยกกล้ามเนื้อด้านในขึ้นรูปหน้าก็จะเปลี่ยนไปด้วย นอกจากนี้ผู้ที่มีไขมันสะสมที่แก้มหรือมีกรามเยอะ มีปัญหาหน้ากลมก็สามารถร้อยไหมปรับรูปหน้าพร้อม ๆ กับการฉีดสลายไขมันที่แก้มก็จะช่วยให้รูปหน้าเรียวได้อย่างที่ต้องการ ซึ่งผลพลอยได้จากการร้อยไหมปรับหน้ารูปหน้าคือผิวหน้าทีเปล่งปลั่งไร้ริ้วรอยไปด้วย
  4. การร้อยไหมสามารถเห็นผลหลังทำทันทีประมาณ 80 % หลังจากนั้นจะเห็นผล 100% ภายในเวลาไม่นาน ซึ่งสามารถคงผลลัพธ์ไว้ได้นาน 6-1 ปี ขึ้นอยู่กับชนิดของไหมที่ใช้
  5. เมื่อไหมละลายถูกทักทออยู่ในเนื้อเยื่อใต้ผิวหนังจะทำให้เกิดการกระตุ้นสร้างเส้นเลือดใหม่ซึ่งจะทำให้ผิวหน้ามีการไหลเวียนของเลือดที่ดีขึ้น

ข้อเสีย

  1. ร้อยไหมด้วยเทคนิคที่ไม่ถูกต้องหรือตื้นเกินไปอาจจะทำให้มีรอยบุ๋มเกิดขึ้น
  2. เส้นไหมจะกระตุ้น fibroblast (เซลล์สร้างคอลลาเจน) เกิดการสร้างเส้นใย collagen และ elastin แต่ถ้าซ้อนทับกันมากเกินไปอยู่ในตำแหน่งที่ไม่ถูกต้องเรียกว่า ผังผืด (fibrosis) ถ้าอยู่ในผิวชั้นตื้นเกินไปก็จะดึงรั้งผิวให้ผิดรูปได้
  3. ไหมละลายมีอายุ 4 เดือนถึง 2 ปี ขึ้นกับชนิดของเส้นไหมแต่ถึงแม้ไหมจะยังละลายไม่หมดโดยส่วนใหญ่เมื่อเวลาผ่านไป 6 ถึง 8 เดือนผิวก็จะหลุดออกจากเส้นไหมได้ก่อนทำให้ผลอยู่ได้ไม่นานและไหมละลายบางชนิดที่อยู่ได้นานแต่ขาดความยืดหยุ่น เมื่อเวลาผ่านไปจะเกิดการเคลื่อนตัวทะลุโผล่ออกมานอกผิวหนังได้
  4. หากเป็นไหมยุคโบราณที่มีส่วนผสมของโลหะ เช่น ทองคำ , โลหะ จะดูดความร้อนจากการทำ X-ray, MRI, เครื่องสแกนต่าง ๆ และจะทำให้ผิวไหม้ได้
  5. ในทรงหน้าของบางเคสที่โหนกแก้มเด่นหากร้อยไหมจะยิ่งทำให้โหนกแก้มเด่นขึ้นและไม่สวย
  6. ในการร้อยไหมมีความเสี่ยงที่จะเกิดการบวมช้ำหลังทำค่อนข้างสูง
  7. บางคลินิกใช้การร้อยไหมเติมแทนฟิลเลอร์เป็นวิธีที่ไม่ควรทำเพราะการเติมเต็มใต้ตา, ร่องแก้มต้องใช้ปริมาณเส้นไหมจำนวนมากที่เป็นสาเหตุของการเกิดผังผืดและเกิดปัญหาในอนาคตตามมา

การเตรียมตัวก่อนการร้อยไหมก้างปลา

  1. การเลือกคลินิก ควรศึกษาหาข้อมูลคลินิคร้อยไหมที่มีมาตราฐานช่องทางหลักที่สามารถช่วยให้ลูกค้าสามารถพิจารณาผลการรักษาและการปรับรูปหน้าของคลินิกแต่ละแห่งได้ด้วยเช่น รีวิวจากคนไข้ที่มาทำจริงที่คลินิกนั้น ๆ
  2. การเลือกหมอ การร้อยไหมเป็นหัตถการที่ต้องอาศัยความชำนาญในการทำสูงต้องอาศัยแพทย์ที่มีประสบการณ์, ความชำนาญในการทำ
  3. การเลือกชนิดเส้นไหม วัสดุไหมเพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด
  4. ผู้ที่ร้อยไหมจะต้องไม่เป็นแผลคีลอยด์ ไม่แพ้ยาชาและไม่เป็นโรคเกี่ยวกับการแข็งตัวของเลือดรุนแรง
  5. ควรงดดื่มแอลกอฮอล์ 24 ชั่งโมงก่อนที่จะทำการร้อยไหม
  6. ควรงดกิจกรรมที่ทำให้เลือดสูบฉีด 24 ชั่วโมงก่อนทำเช่น เข้าซาวน่า, ออกกำลังกายแบบ cardio

การปฏิบัติตัวหลังจากร้อยไหมก้างปลา

  1. หลีกเลี่ยงการแตะเกากดนวด ในจุดนั้น ๆ อาการต่าง ๆ จะค่อย ๆ ดีขึ้นภายใน 2-3 วันแต่หากหลังจาก 3 วันอาการดังกล่าวยังเป็นมากขึ้นให้ติดต่อคลินิกเพื่อไปรับยามากินเพิ่ม
  2. กินยาฆ่าเชื้อ หากไม่ได้กินก่อนการทำก็ควรกินจากทำทันที
  3. อยู่แต่ในที่อากาศเย็น หลีกเลี่ยงความร้อนทุกชนิดอย่างน้อย 48 ชั่วโมงหลังทำเช่น เข้าซาวน่า ออกกำลังกายหนัก ๆ ตากแดด การดื่มแอลกอฮอล์
  4. งดเลเซอร์ร้อน งดลงผิวชั้นลึกทุกชนิด เช่น RF thermage ควรเว้นอย่างน้อย 1 เดือนหลังทำ
  5. อย่าขยับใบหน้าเยอะ โดยเฉพาะในช่วง 3 วันหลังทำ จะทำให้ไหมที่ทำไว้เคลื่อนผิดตำแหน่งได้
  6. ประคบเย็นตามคำแนะนำของแพทย์ในบางกรณีเท่านั้น การประคบเย็นอย่างผิดวิธีอาจทำให้ไหมที่ร้อยไว้เกิดการเคลื่อนและไม่เกาะผิวได้
  7. การใช้สายรัดหน้าหลังร้อยไหมควรใช้ตามคำแนะนำของแพทย์ในกรณีที่มีเลือดออกมากเท่านั้น
  8. 1 ชั่วโมงหลังทำ สามารถแกะพลาสเตอร์ออกได้
  9. 3 ชั่วโมงหลังทำ รอยเข็มที่ร้อยไหมสามารถโดนน้ำได้ไม่เกิน 15 นาที และล้างหน้าด้วยสบู่อ่อน ๆ ได้
  10. 6 ชั่วโมงหลังทำ ยาชาจะเริ่มหายบวม ถ้ามีจุดไหนที่ยังบวมมาก ประคบเย็นช่วยเบา ๆ ไม่กดแรงจนเกินไป
  11. 24 ชั่วโมงหลังทำ สามารถทาครีมทับบริเวณรอยเข็มได้ และแต่งหน้าทับได้ปกติ แผลรูเข็มสามารถโดนน้ำได้ปกติไม่เป็นปัญหาหลังร้อยไหม
  12. หลังทำ 48 ชั่วโมง หากสามารถหลีกเลี่ยงอาหารที่มีผลกระทบ และความร้อนก็จะช่วยให้ยุบบวมได้ไวขึ้นมากแล้ว
  13. หลังทำ 3 วัน อาการปวดบวมแดงช้ำจะเริ่มดีขึ้นและลดลง หากอาการแย่ลงให้ติดต่อคลินิกเพื่อขอรับยากินเพิ่ม สามารถขยับใบหน้าได้เกือบเท่าปกติ ไหมจะเข้าที่แล้วประมาณ 90% แต่ยังไม่ควรกดนวดแรง ๆ
  14. หลังทำ 7-10 วัน รอยเขียวช้ำอาจจะยังมีอยู่จะค่อย ๆ จางลงเองใน 14 วัน และไม่ควรประคบร้อน
  15. หลังทำ 14 วัน อาการบวมจะหายไปเกือบ 100% สามารถออกกำลังกายได้ตามปกติ กินอาหารได้ปกติ และพยายามหลีกเลี่ยงความร้อน
  16. หลังทำ 1 เดือน วิธีดูแลหลังร้อยไหมดึงหน้า ไม่ควรอ้าปากกว้าง ๆ เช่น การอ้าปากทำฟันหรือการแปรงฟันแรง ๆ ในระยะ 1 เดือนหลังทำ