ทำไมถึงฉีดฟิลเลอร์ขมับและมีอันตรายอะไรหรือไม่

หลาย ๆ คนเริ่มมีปัญหาขมับยุบ จนเห็นกระดูกกรอบตาเด่นโหนกแก้มกระดูก มองเห็นอย่างชัดเจน เป็นสาเหตุทำให้ใบหน้าดูแก่กว่าวัย ฟิลเลอร์จึงกลายเป็นตัวเลือกสำคัญอย่างหนึ่งที่ช่วยให้ใบหน้าแลดูอ่อนเยาว์ มีน้ำมีนวลอย่างธรรมชาติ ทำให้หน้าหวานขึ้น อีกทั้งยังเป็นที่นิยมในคนที่ต้องการเสริมโหงวเฮ้งในด้านการค้าขายและธุรกิจ เพราะมีความเชื่อว่าจะทำให้รับทรัพย์มากขึ้น มีคนช่วยอุปถัมภ์มีชีวิตไม่ลำบาก

ขมับตอบเกิดจากอะไร

ขมับตอบ เกิดจากโครงสร้างของกะโหลกศีรษะของแต่ละบุคคลที่กล้ามเนื้อด้านในมีขนาดเล็กหรือฝ่อ  พื้นที่ด้านในจึงไม่พอดีกับผิวด้านนอกจนเป็นรอยบุ๋มให้เห็น หรืออาจเกิดจากอายุที่เพิ่มมากขึ้นทำให้โครงสร้างผิวเสื่อมสภาพ  ฟิลเลอร์ ที่เป็นสารไฮยาลูรอนิคแอซิด (Hyaluronic Acid หรือHA) เมื่อฉีดเข้าไปยังบริเวณขมับจะสามารถช่วยให้โครงสร้างของผิว และเนื้อเยื่อโดยรอบเต่งตึง กระชับ ทำให้ใบหน้าสมดุลมากยิ่งขึ้น

ฉีดขมับมีอันตรายหรือไม่

  1. การเลือกฟิลเลอร์ที่มีคุณภาพเป็นไฮยาลูโรนิคแอซิด 100% ที่ทางการแพทย์ให้การยอมรับว่าปลอดภัย ไม่มีสารตกค้างอยู่ในร่างกาย อยู่ได้นาน 12-18 เดือน ความรู้ความเข้าใจในเรื่องนี้เป็นสิ่งสำคัญ เพราะอาจทำให้เลือกใช้ฟิลเลอร์ที่ไม่มีคุณภาพ และไม่มีมาตรฐานแทนที่จะช่วยแก้ปัญหาให้เราได้ กลับกลายเป็นเพิ่มปัญหาให้กับเราแทน
  2. อาการแพ้จากการใช้ฟิลเลอร์ปลอม โดยปกติทั่วไปฟิลเลอร์จะมีอายุใช้งานอยู่ที่ 1-2 ปี แต่หากเป็นของปลอมเมื่อเวลาผ่านไป 5-10 ปีก็จะเริ่มแสดงอาการ ดังนี้
  • ผิวหนังเกิดอาการแพ้ เขียวช้ำ จ้ำเลือดผื่นแดงและอาการคันร่วมด้วยเวลาคลำบริเวณที่ฉีด จะรู้สึกว่าผิวขรุขระไม่เรียบเนียน คล้ายกับเม็ดดูดความชื้นหลายเม็ดใต้ชั้นผิวหนัง
  • ใช้มือกดบริเวณที่เกิดก้อนแข็งตรงที่ฉีด แล้วเกิดรอยบุ๋มคืนสภาพช้ากว่าปกติ
  • ฟิลเลอร์ปลอมจะเกิดการเคลื่อนตัวเปลี่ยนตำแหน่งไปยังจุดอื่นที่เคยฉีด จนทำให้ใบหน้าผิดรูป เช่น ฉีดบริเวณคางแต่ไหลไปยังจุดต่ำสุดของคาง ทำให้คางผิดรูป หรือฉีดหน้าผากแต่ไหลไปรอบ ๆ ดวงตา
  • อาการอื่น ๆ ที่พบเช่นผิวหนังบริเวณรอบดวงตาเปลี่ยนสี (ฟ้า, เทา หรือม่วง)
  • เส้นเลือดอุดตันภายใน ส่งผลให้เลือดไม่ไหลเวียนไปเลี้ยงอวัยวะบริเวณใกล้เคียงตำแหน่งที่ฉีด เช่น ดวงตาดวงตาส่งผลให้ตาบอด รวมไปถึงกล้ามเนื้อใบหน้าที่ไม่มีเลือดไปเลี้ยงจนทำให้เกิดอาการเนื้อตาย

ดังนั้นจึงควรหลีกเลี่ยงฟิลเลอร์ปลอม และจะรู้ได้อย่างไรว่าปลอมหรือว่าของปลอมของแท้ เราควรเริ่มต้นที่การศึกษาข้อมูลให้ครบทุก ๆ ด้าน

  • ข้อมูลก่อนตัดสินใจอย่าเชื่อราคา ไม่ควรรีบตัดสินใจเพียงแค่เห็นเพียงแค่ครั้งแรก ต้องหาข้อมูลว่าปลอดภัยคุ้มค่าหรือไม่
  • อย่าเชื่อคำโฆษณา เช่น ถูกและดี อยู่ได้นาน ไม่ต้องเข้าคลีนิค ฉีดได้ถึงที่ ให้สันนิษฐานว่าอาจจะเป็นของปลอม เพราะอาจจะมีสารซิลิโคนผสมอยู่ซึ่งก่อให้เกิดอันตรายต่อผิวหนังได้ภายหลัง
  • ขอตรวจสอบ ผลิตภัณฑ์เราสามารถขอกล่องผลิตภัณฑ์จากแพทย์เพื่อนำมาตรวจสอบและเก็บไว้ใช้เป็นหลักฐานได้
  1. ในกรณีที่แพทย์ฉีดฟิลเลอร์ตื้นเกินไปและไม่มีความชำนาญ อาจทำให้เกิดรอยช้ำหลังฉีดหรือบางรายเกิดรอยแดงเกิดตุ่ม และก้อนนูนบริเวณที่ฉีดได้
  2. ไม่ได้รับประทานยาปฏิชีวนะ หลังฉีดทำให้เกิดการติดเชื้อ จากบริเวณที่จะฉีดฟิลเลอร์ไม่สามารถตามมาได้
  3. การเลือกแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ที่รู้เรื่องกายวิภาค (Anatomy) สรีระบนใบหน้าเป็นอย่างดี เพราะหากไม่มีความรู้มากพอ จนเกิดข้อผิดพลาดฉีดเข้าเส้นเลือดอัดเสี่ยงตาบอดเนื้อตายอัมพาตและถึงขั้นเสียชีวิต

ขมับเป็นบริเวณที่หลอดเลือดเยอะมาก โดยหลัก ๆ คือ middle temporal artery, Superficial temporal artery, deep temporal artery และ Sentinel vein  เส้นประสาทที่เชื่อมโยงไปมา ทำให้เป็นตำแหน่งที่ต้องระวังอย่างมาก รองลงมาจากฟิลเลอร์จมูกและฟิลเลอร์หน้าผาก

ใครบ้างที่เหมาะกับฟิลเลอร์ขมับ

  1. คนที่ต้องการเสริมโหงวเฮ้ง เพื่อให้ใบหน้าได้สัดส่วนสวยรูป
  2. คนที่โหนกแก้มเด่นเนื้อบริเวณขมับและแก้มยุบตัวลง ฟิลเลอร์สามารถทำให้ใบหน้าเข้ารูปได้มากขึ้น
  3. เหมาะกับคนที่ลดน้ำหนักให้หุ่นกระชับ แต่เนื้อบริเวณหน้ายุบลงไปด้วยทำให้หน้าโทรมและไม่มีชีวิตชีวา
  4. คนที่มีปัญหาขมับเป็นแอ่งยุบ หน้าทรงแบบคนอายุเยอะผิวหนังติดกระดูก ทำให้ดูไม่สวยงามท่านจะเลิกจะช่วยปรับรูปหน้าให้สวยขึ้นได้

ราคาฟิลเลอร์ขมับอยู่ที่เท่าไหร่

ราคาเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 5,000- 20000 บาทขึ้นอยู่กับจำนวนซีซีของฟิลเลอร์ โดยทั่วไปจะใช้ข้างละ 1-2 CC ขึ้นอยู่กับโปรโมชั่นของสถานบริการ  สำหรับผู้ที่ต้องการที่จะฉีดฟิลเลอร์ขมับ ควรปรึกษาแพทย์ในเรื่องค่าใช้จ่ายว่าจะต้องใช้มากแค่ไหนเพื่อจะได้เตรียมตัวเอาไว้

ฉีดฟิลเลอร์ขมับเตรียมตัวอย่างไรบ้าง

ก่อนทำ 2 อาทิตย์ควรศึกษาหาข้อมูลดังนี้

  1. เลือกคลินิกที่ได้มาตรฐาน ดูรีวิวของคนไข้ที่ทำการรักษาเพื่อหาความน่าเชื่อถือ และทราบรายละเอียดต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นจริง รวมถึงดูความรับผิดชอบของแพทย์ที่มีต่อคนไข้
  2. การเลือกหมอและเทคนิคการทำ เนื่องจากการฉีดฟิลเลอร์ เป็นงานที่ต้องใช้ความละเอียดอ่อนเป็นอย่างมาก ให้ดูจากประสบการณ์ของแพทย์ท่านนั้น ๆ ที่เราต้องการทำการรักษา รวมถึงเลือกเทคนิคตามคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญ ให้ได้รับการรักษาอย่างปลอดภัย
  3. การเลือกยี่ห้อและชนิดของฟิลเลอร์ “ฟิลเลอร์” คือสารกลุ่ม ไฮยาลูโรนิคแอซิด ที่มีความปลอดภัยสูงสามารถเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของโมเลกุล สามารถดึงน้ำและอุ้มน้ำไว้รอบ ๆ บริเวณที่ฉีด ช่วยให้อยู่ในร่างกายได้นานขึ้น มีความสามารถในการเติมปริมาตรเนื้อเยื่อและเติมเต็มร่องรอย ที่เกิดขึ้นบนใบหน้าได้
  4. facial Filler คือสารจำพวก คอลลาเจน (collagen), ไฮยาลูรอนิค (Hyaluronic Acid) และแคลเซี่ยมไฮดรอกซีเลพาที (Calcium Hydroxylapattie) ช่วยให้เซลล์ผิวหน้ากลับคืนสู่สภาพเดิมได้โดยลด และกำจัดร่องรอยบนหน้าเติม หลุมสิว  เติมฝีปากให้อวบอิ่ม
  5. Hyaluronic Acid fillers เช่น R estylane และ Juvederm มักฉีดเพื่อลดรอยหลุมทำให้หน้าดูอ่อนเยาว์, Dermal filler ฉีดเพื่อยกมุมปากริมฝีปากที่ไม่เท่ากัน

ก่อนทำ 1 อาทิตย์

  1. งดยาประเภทแอสไพริน, NSAIDs เช่น Ibuprofen Diclofenac Ponstan
  2. งดวิตามินอย่าง St. Johns wort, garlic, ginseng, ginkgo biloba, Primrose oil, และวิตามิน E
  3. งดครีมประเภทผลัดเซลล์ผิว และมีส่วนผสมของกรดผลไม้
  4. งดลดการแว็กซ์ ถอนขน โกนขน เพื้อปกกันการระคายเคือง
  5. งดนวดหน้าหรือเลเซอร์เพราะผิวหน้ายังบอบบางอยู่
  6. สำหรับผู้ที่มีโรคประจำตัวหรือประวัติการแพ้สารฟิลเลอร์ควรนำหลักฐานดังกล่าว เพื่อให้แก่แพทย์ที่ทำการรักษาทราบข้อมูล

ก่อนทำ 24 ชั่วโมง

  1. งดดื่มแอลกอฮอล์ เพราะอาจทำให้ขาดสติและไม่สามารถทำการรักษาได้
  2. งดกิจกรรมที่ทำให้เลือดสูบฉีดแรงขึ้น เช่น ออกกำลังกาย ตากแดด เข้าห้องซาวน่า

หลังฉีดฟิลเลอร์ควรปฏิบัติตัวอย่างไร

  1. น้ำเป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุดดังนั้นควรดื่มน้ำวันละ 8-16 แก้วหรือมากกว่านั้ ภายใน 7-14 วันแรก เพราะน้ำช่วยชิลเลอร์ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
  2. สามารถใช้ผ้าเย็นประคบบริเวณฉีดได้ แต่อย่าทำแรงมากจนเกินไป
  3. หากบริเวณที่ฉีดฟิลเลอร์เป็นก้อนสามารถใช้นิ้วนึงเบา ๆ
  4. งดการทาครีมที่มีส่วนผสมของ AHA bha และวิตามินเอ การนวดและเลเซอร์เป็นเวลา 10-14 วัน
  5. งดดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และหลีกเลี่ยงความร้อนอย่าง การเข้าซาวน่า ออกกำลังกาย รวมถึงกิจกรรมอื่น ๆ อย่างน้อย 14 วัน
  6. หลังจากผ่านไป 14 วัน สามารถออกกำลังกายได้ตามปกติ กินอาหารได้ปกติ และพยายามหลีกเลี่ยงความร้อน

หลังฉีดฟิลเลอร์บวมหรือไม่

หลังจากฉีดฟิลเลอร์จะมีอาการบวมเล็กน้อยแต่หลังจากนั้นจะค่อย ๆ หายไปภายใน 4-5 วัน และจะเริ่มเห็นผลชัดเจนใน 2-3 สัปดาห์ ถ้าเกิดอาการปวดสามารถทานยาแก้ปวดได้ แต่หากเกิดอาการผิดปกติ และคิดว่า เป็นอันตรายควรรีบไปพบแพทย์ทันที