นวัตกรรมย้อนวัยผิวหน้า Ulthera vs Botox แบบไหน ที่ใช่สำหรับคุณ ?

ริ้วรอยก่อนวัยบนใบหน้า ย่อมเป็นฝันร้ายอย่างหนึ่งที่ไม่ว่าสาว ๆ คนไหนก็คงไม่อยากเจอ แต่อย่างไรก็ตาม เมื่อถึงช่วงวัยประมาณ 25 ปี ผิวพรรณของสาว ๆ ก็ย่อมสามารถผลิตคอลลาเจนได้น้อยลงเรื่อย ๆ ซึ่งแน่นอนว่าส่งผลให้ผิวมีความนุ่มนวล กระชับ และยืดหยุ่นลดลง จึงเป็นเหตุให้เกิดความหย่อนคล้อย จนมีริ้วรอยร่องลึกบนผิวพรรณตามบริเวณต่าง ๆ บนใบหน้า เช่นบริเวณหน้าผาก ตีนกาบริเวณหางตา ร่องน้ำหมากบริเวณแก้ม หรือระหว่างหว่างคิ้ว ไปจนถึงริ้วรอยที่อาจเกิดบริเวณลำคอ เป็นต้นค่ะ
ยิ่งไปกว่านั้น สาว ๆ หลายคนก็ยังต้องออกไปเผชิญกับมลภาวะนอกบ้านอยู่เป็นประจำ แปลว่าต้องพบเจอกับอนุมูลอิสระ ก็ยิ่งทำให้ผิวต้องหมองคล้ำ แห้งกร้าน ขาดความชุ่มชื้น ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ก็ยิ่งเร่งให้เกิดริ้วรอยได้ง่ายขึ้นไปอีก ดังนั้น หากสาว ๆ ไม่รีบดูแลตนเอง ป้องกันการเกิดริ้วรอยกันตั้งแต่เนิ่น ๆ หากรอไปนาน ๆ จนเมื่ออายุมากขึ้นประมาณ 40 หรือ 50 ปี ปัญหาริ้วรอยร่องลึกเหล่านี้ ก็อาจจะกลายเป็นเรื่องใหญ่จนสายเกินแก้

ดังนั้น สำหรับสาว ๆ ที่มีอายุตั้งแต่ 25 ปีขึ้นไป ควรจะตระหนักถึงความสำคัญของการป้องกันการเกิดริ้วรอยก่อนวัย และคอยดูแลผิวหน้าตนเองให้เรียบเนียนตึงกระชับอยู่เสมอ ซึ่งหนทางป้องกันริ้วรอยบนใบหน้านั้นก็มีหลายวิธีค่ะ เริ่มตั้งแต่การดูแลสุขภาพอย่างง่าย ๆ ทานอาหารที่มีประโยชน์ ดื่มน้ำวันละ 6 – 8 แก้ว ออกกำลังกายอยู่อย่างสม่ำเสมอ หลีกเลี่ยงการเผชิญกับแสงแดดโดยตรง ใช้ชีวิตให้ห่างไกลความเครียด และนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ หรือการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์จำพวกสกินแคร์แอนไทเอจจิ้งที่เหมาะสม ก็เป็นอีกหนึ่งหนทางในการดูแลตนเอง ให้ผิวหน้าห่างไกลริ้วรอยก่อนวัยได้ง่าย ๆ แต่สำหรับสาว ๆ ที่ต้องการชะลอวัยให้แก่ผิวหน้าด้วยวิธีที่รวดเร็ว และเห็นผลลัพธ์ได้ทันใจไม่ต้องรอนาน การเข้ารับบริการเสริมความงามจากคลินิกเวชกรรมก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังต่างก็แนะนำค่ะ เพราะด้วยนวัตกรรมเทคโนโลยีทันสมัย ที่มีประสิทธิภาพในการลดเลือนริ้วรอยก่อนวัย จะสามารถให้ผลลัพธ์ที่ตรงจุด และตอบโจทย์สาว ๆ ยุคใหม่ที่ต้องใช้ชีวิตในความเร่งรีบกับมลภาวะต่าง ๆ ในสิ่งแวดล้อมรอบตัวได้ นวัตกรรมการยกกระชับผิวยุคปัจจุบันก็มีหลากหลายรูปแบบค่ะ โดยที่แต่ละแบบแต่ละประเภทก็ย่อมอาศัยเทคโนโลยีคนละรูปแบบ และให้ผลลัพธ์ที่แตกต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับปัญหาริ้วรอยของแต่ละบุคคล สำหรับบทความในวันนี้เราจะมาแนะนำ Botox และ Ulthera ให้ได้รู้จักกันโดยละเอียดค่ะ เพื่อให้สาว ๆ มีข้อมูลที่น่าเชื่อถือ เอาไว้ประกอบการตัดสินใจในอนาคต

Ulthera หรือ Ultherapy นวัตกรรมกระชับผิวหน้าที่ล้ำสมัยที่สุดแห่งยุคปัจจุบัน

  • Ulthera หรือ Ultherapy เป็นเทคโนโลยียกกระชับด้วยคลื่นเสียง Ultrasound ที่ถูกคิดค้นขึ้นมาตั้งแต่ปี 1994 โดย DR. Rox Anderson แพทย์ผิวหนังชั้นแนวหน้าระดับโลก ซึ่งเทคโนโลยีดังกล่าวก็ได้รับการพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง และในที่สุดก็เกิดเป็นเครื่องอัลตร้าซาวนด์เครื่องแรก ที่ใช้ในการยกกระชับผิวพรรณอย่างตรงจุดและมีประสิทธิภาพ ซึ่งได้รับการเปิดตัวสู่ตลาดในปี 2004 นั่นเองค่ะ โดยที่ Ulthera นั้นสามารถใช้ยกกระชับผิว ลดเลือนริ้วรวยได้ทั่วทั้งใบหน้า รวมไปถึงบริเวณหว่างคิ้ว และริ้วรอยทั่วบริเวณลำคอ
  • Ulthera นั้นใช้พลังงานคลื่นเสียงในรูปแบบ Focused Ultrasound  ที่สามารถตรงเข้ายกกระชับผิวหนังชั้นในได้อย่างล้ำลึก ไปยังรอยต่อของชั้นกล้ามเนื้อส่วนบนที่เรียกว่า SMAS ซึ่งนับว่าเป็นเทคโนโลยีการยกกระชับผิวและลดเลือนริ้วรอยที่ทันสมัยที่สุดในเวลานี้ ด้วยความแม่นยำที่เหนือกว่า และผลลัพธ์ที่ชัดเจนยิ่งกว่า เนื่องจากระหว่างที่ทำ Ulthera แพทย์ผู้ดูแลจะสามารถมองเห็นภาพของผิวหนังผ่านทางหน้าจอของเครื่องได้ด้วย และสามารถทำการยกกระชับ ไปพร้อมกับการปรับระดับความเข้มข้นของคลื่นเสียงที่เหมาะสมกับสภาพผิวหนัง ในแต่ละบริเวณของผิวหน้าของคนไข้
  • Ulthera จะส่งผ่านความร้อนจากคลื่น Ultrasound ลงเป็นจุดเล็ก ๆ ที่มีระยะห่างระหว่างจุดเท่า ๆ กันประมาณ 1 มม. โดยสามารถเน้นจุดการยกกระชับได้ในบริเวณที่คนไข้กังวลโดยเฉพาะ ลงลึกถึงชั้นกล้ามเนื้อใต้ผิวหนังอย่างที่หยิบยกมากล่าวข้างต้น โดยที่รักษาความสม่ำเสมอของพลังงานที่ลงสู่ใต้ผิวเอาไว้ด้วยเช่นกัน ซึ่งกระบวนการของการรักษาโดยใช้คลื่นเสียงทั้งหมดนี้จะไปกระตุ้นการเสริมสร้างคอลลาเจนใหม่อย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะทำให้ผิวเด้งกระชับจนสามารถสัมผัสได้ทันทีหลังทำ และสามารถลดเลือนริ้วรอยได้เรียบเนียนขึ้น เมื่อทำ Ulthera อย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอตามที่แพทย์แนะน
  • Ulthera นับเป็นเทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพและความปลอดภัยสูง โดยทั่วไป ช่วงอายุของสาว ๆ ที่แนะนำสำหรับการทำ Ulthera  นั้นควรอยู่ระหว่าง 35-60 ปี ซึ่งอายุตั้งแต่ 25-30 ปี จะเป็นช่วงที่เริ่มมีริ้วรอยแห่งวัยปรากฏให้เห็น เนื่องจากคอลลาเจนชั้นใต้ผิวหนังเริ่มเสื่อมสภาพ ทำให้ผิวหนังเริ่มหย่อนคล้อย และสูญเสียความเนียนกระชับไปทีละน้อย ๆ 

ส่วนสำหรับคนไข้ที่มีอายุตั้งแต่ 60 ปีเป็นต้นไป ซึ่งนับเป็นช่วงแวลาที่ผิวมีริ้วรอยร่องลึก ตามบริเวณต่าง ๆ ปรากฎให้เห็นอย่างชัดเจนแล้ว ซึ่งการทำ Ulthera นั้นก็จะมีส่วนช่วยให้ผิวเนียนเรียบขึ้น ริ้วรอยดูลดเลือนและอายุผิวดูลดลง อีกทั้งยังสามารถทำให้ใบหน้าไดรับการยกกระชับ จนดูได้รูปและมีมิติมากขึ้น

Botox ชื่อที่สาวๆ หลายคนคุ้นหู…รู้ไหมว่ามันคืออะไร

โบท็อกซ์ (Botox) เป็นชื่อทางการค้าของ โบทูลินัม ท็อกซิน เอ หรือ Botulinum Toxin A ซึ่งเป็นสารสกัดที่ได้มากจากแบคทีเรียคลอสตริเดียม โบทูลินัม Clostridium botulinum มีส่วนช่วยในการลดเลือนริ้วรอยบนใบหน้า ยกกระชับใบหน้าให้ดูเรียวเล็ก ช่วยให้กล้ามเนื้อหดตัวเพื่อใบหน้าดูเล็กลง อีกทั้งยังช่วยลดการหลั่งของต่อมเหงื่อได้อีกด้วย ทำให้ Botox นี้ได้รับความนิยมไปทั่วโลกในบรรดาสาว ๆ ทุกช่วงวัย
โดยเฉพาะสำหรับสาว ๆ ที่ต้องการใบหน้าที่ดูเรียวเล็ก พร้อมผิวพรรณเต่งตึงอยู่เสมอ เพราะ Botox นี้จะทำให้กล้ามเนื้อผิวหน้ามีความกระชับ ผิวบริเวณที่ฉีดจะมีความตึงจนริ้วรอยร่องลึกหายไป รูขุมขนดูตื้นขึ้นตั้งแต่ครั้งแรกที่ฉีด ทั้งยังสามารถช่วยลดขนาดของบริเวณกราม ปรับรูปหน้าให้เรียวเล็กดูเป็น V-Shape ได้เป็นอย่างดี อย่างไรก็ตาม ผลลัพธ์จากการฉีดโบท็อกซ์นั้นจะไม่คงทนถาวร เพราะสารนี้สามารถสลายตัวไปได้เองภายในระยะเวลาประมาณ 6 เดือน ซึ่งหากสาว ๆ ต้องการเห็นผลลัพธ์ที่ยาวนานขึ้น ก็สามารถเข้ามาฉีด Botox เพิ่มเติมในบริเวณที่ต้องการได้ทุก ๆ 4-6 เดือน ทีนี้มาดูหลักการทำงานของ Botox กันบ้างนะคะ หลังจากที่พูดคุยปรึกษาปัญหากับแพทย์เรียบร้อยแล้ว และได้รับการฉีดโบท็อกซ์เข้าไปในบริเวณที่สาว ๆ ต้องการจะรักษา สารโบท็อกซ์จะเข้าไปจับที่ส่วนปลายประสาท ทำให้เซลล์ประสาทไม่สามารถหลั่งสารสื่อประสาทมาที่กล้ามเนื้อได้ เรียกง่าย ๆ ก็คือ เป็นการทำให้กล้ามเนื้อบริเวณที่ฉีดเป็นอัมพาตชั่วคราว ซึ่งนี่ก็เป็นสาเหตุที่เวลาได้รับการฉีดโบทอกซ์เรียบร้อยแล้ว จะทำให้ผิวหน้าบริเวณนั้นรู้สึกตึงมากจนแทบไม่สามารถขยับใบหน้าได้ ซึ่งคนไข้อาจมีอาการตึงบนใบหน้าติดต่อกันประมาณ 2 สัปดาห์จนถึง 6 สัปดาห์ และจากนั้นกล้ามเนื้อจะค่อย ๆ กลับมาทำงานเป็นปกติ จนสามารถขยับใบหน้าได้ พร้อม ๆ กับริ้วรอยที่ลดลงอย่างเห็นได้ชัดนั่นเองค่ะ
ใน 1-2 สัปดาห์หลังจากการฉีด คนไข้จะรู้สึกได้ถึงผลลัพธ์ที่ชัดเจน บางคนอาจรู้สึกตึงที่บริเวณใบหน้า จนไม่สามารถขยับใบหน้าได้ตามปกติ แต่ไม่ต้องเป็นห่วงค่ะสาวๆ เพราะโบทอกซ์นั้นจะอยู่ได้นานประมาณ 3-6 เดือน แล้วหลังจากนั้นกล้ามเนื้อจะก็จะค่อย ๆ หดตัวจนกลับมาเป็นเหมือนเดิม จนสามารถขยับใบหน้าได้ตามธรรมชาติอีกครั้ง

ที่สำคัญ สาว ๆ ต้องเข้ารับบริการการฉีดโบทอกซ์ในคลินิกเวชกรรมที่มีความน่าเชื่อถือและได้มาตรฐานเท่านั้น แพทย์ที่ให้บริการก็ต้องเป็นผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์ในการฉีดโบทอกซ์มาก่อนด้วยเช่นกัน ถ้าสาว ๆ ต้องการความมั่นใจ ก็สามารถติดต่อทางคลินิกเพื่อขอตรวจสอบบรรจุภัณฑ์ของ Botox ที่แพทย์ใช้ในการฉีดให้ได้ค่ะ เพราะบนขวดจะมีหมายเลขระบุ ที่สามารถนำไปตรวจสอบข้อมูลต่อได้ ว่าเป็นโบทอกซ์ยี่ห้อไหน ของแท้หรือไม่ และหากสาว ๆ ใช้ Botox ที่เป็นของแท้ ก็ย่อมไม่ต้องห่วงในเรื่องผลข้างเคียงอันตราย รับประกันความปลอดภัย 100% ค่ะ

โดยสรุปแล้ว สรรพคุณของ Botox มีดังนี้ค่ะ

1. ช่วยลดเลือนริ้วรอยบนใบหน้า ที่เกิดจากการแสดงสีหน้าอารมณ์ตามธรรมชาติ ทั้งตีนกาบริเวณหางตา รอยย่นบริเวณหน้าผาก รวมไปถึงบริเวณหว่างคิ้ว

2. แก้ไขจุดบกพร่องต่าง ๆ บริเวณใบหน้า ไม่ว่าจะเป็นรอยหยัก รอยบุ๋ม รอยย่นที่อาจเกิดขึ้น ทั้งยังช่วยยกหางคิ้วให้โก่งขึ้น และยกหางตาให้เชิดขึ้น แก้ปัญหาหนังตาตกจากผิวหนังที่หย่อนคล้อยได้เป็นอย่างดี

3. ช่วยให้กล้ามเนื้อเล็กลงจนดูเรียวกระชับ โดยการลดการทำงานของกล้ามเนื้อบริเวณนั้น ๆ ที่เห็นได้ชัดคือบริเวณกรามหรือขากรรไกร หากใช้โบทอกซ์แล้ว ก็สามารถช่วยให้ใบหน้าดูเรียวเล็กเป็น V-Shape ได้

4. ลดการหลั่งของต่อมเหงื่อ เช่น บริเวณรักแร้ ช่วยลดการสะสมของแบคทีเรียทำให้ไร้กลิ่นไม่พึงประสงค์ได้