บอกลาแก้มย้วยด้วยร้อยไหมยกแก้ม

เชื่อเลยว่าหลายคนอาจต้องเจอกับปัญหาแก้มย้วยหรือรู้สึกว่าเนื้อบริเวณแก้มของตัวเองเยอะเกินไปแน่ ๆ แม้จะลองออกกำลังกายลดน้ำหนักดูแล้วแต่เหมือนเจ้าเนื้อส่วนนนี้จะไม่ยอมโบกมือลาคุณไปง่าย ๆ และเมื่อน้ำหนักขึ้นนิดเดียวก็ออกแก้มออกหน้าอีกเหมือนเคย อย่าเครียดกันเลยดีกว่าค่ะ เพราะนั่นอาจเป็นธรรมชาติของกายภาพคุณ วันนี้เรามีอีกหนึ่งวิธีในการเสริมความงามที่จะเข้ามาช่วยแก้ปัญหาเหล่านี้ให้คุณได้อย่างลงตัวและง่ายดาย แถมยังมาพร้อมความปลอดภัย และมีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพิ่มมากขึ้น ให้คุณมั่นใจได้เลยว่าคุณจะสวยอย่างปลอดภัยไม่มีผลข้างเคียงกันแน่นอนค่ะ ซึ่งที่เราพูดกันมาทั้งหมดวันนี้เราจะมาแนะนำการร้อยไหมเพื่อช่วยยกแก้มให้คุณได้รู้จักกันค่ะ การร้อยไหมแบบนี้มีขั้นตอนอย่างไร แล้วให้ผลอย่างไรบ้าง มาเริ่มกันเลยอย่าเสียเวลาดีกว่าค่ะ

ร้อยไหมคืออะไร?

การร้อยไหมก็คือ วิธีที่ใช้ยกกระชับร่างกายของคุณนั่นเอง ซึ่งไม่ได้ออกแบบและพัฒนามาเพื่อใบหน้าเท่านั้น ส่วนต่าง ๆ ของผิวกายคุณที่เกิดความไม่กระชับก็สามารถทำการร้อยไหมได้เช่นเดียวกัน แต่อย่างที่รู้กันดีกว่าวิธีนี้นิยมทำบริเวณใบหน้ากันมากที่สุดค่ะ ส่วนต่าง ๆ บนใบหน้าที่มักจะเจอกับการร้อยไหมก็อย่างเช่น แก้ม ร่องแก้ม ร่องจมูก ขากรรไกร และแถวหน้าผาก ซึ่งการร้อยไหมนี้จะใช้ไหมละลายค่ะ ซึ่งเมื่อถึงเวลาไหมพวกนี้ก็จะละลายหายไปได้ด้วยตัวเอง การร้อยไหมนั้นจะทำการใช้ไหมละลายจำนวนหลายร้อยเส้นร้อยเข้าไปที่บริเวณใต้ผิวหนัง ซึ่งแน่นอนว่าผิวหน้าผิวกายของเราเมื่อมีอะไรแปลกปลอมทิ่มเข้าไปก็จะเกิดอาการเจ็บและอักเสบขึ้น ซึ่งอาการเจ็บของการร้อยไหมนั้นสามารถแก้ไขได้ด้วยยาชา ส่วนอาการอักเสบของผิวนั้นจะเกิดขึ้นที่บริเวณของเนื้อเยื่อใต้ผิวและกลายเป็นการสร้างคอลลาเจนขึ้นเมื่อรอบเส้นไหมแทน ทำให้ผิวบริเวณที่ถูกร้อยไหมนั้นเต่งตึงกระชับขึ้น และการร้อยไหมยังช่วยในเรื่องของการกระตุ้นการไหลเวียนเลือดให้กับคุณได้อีกด้วย

ไหมละลายคือไหมอะไร?

จริง ๆ แล้วการร้อยไหมจะมีไหมให้คุณได้เลือกอยู่หลายชนิดเลยทีเดียว แต่ถ้าจะให้ดีเราอยากแนะนำให้คุณมองหาไหม PDO หรือไหมละลายจะดีกับการร้องไหมมากที่สุด ซึ่งจะทำมาจาก โพลีไดออกซาโนน (Polydioxanone) เป็นไหมแบบเดียวกับที่ใช้ในการเย็บเมื่อทำการผ่าตัดหัวใจ ข้อดีคือมักจะเกิดการระคายเคืองในอัตราที่น้อยมาก จนเรียกได้ว่าแทบจะไม่มีเลยก็ว่าได้ ซึ่งช่วยให้ผิวในส่วนที่ถูกร้อยไหมของคุณนั้นปลอดภัยขึ้น เพราะถ้าเกิดคุณดันเกิดอาการระคยเคืองขึ้นมาคอลลาเจนที่สร้างขึ้นอาจจะไปเกิดเป็นผังผืดแทนและส่วนนี้จะแก้ไขยากและเสียเวลาไม่น้อยเลยทีเดียวค่ะ

ใครบ้างที่เหมาะกับการร้อยไหม?

อย่างที่บอกเลยว่าถ้าคุณคือหนึ่งคนที่ต้องเจอกับปัญหาแก้มย้วย รู้สึกแก้มใหญ่ หรือมีเนื้อแก้มที่เยอะจนเกินไป การร้อยไหมคือทางเลือกที่เหมาะกับคุณอีกหนึ่งทางค่ะ แต่นอกจากส่วนของแก้มการร้อยไหมก็ยังเหมาะกับคนที่เจอกับปัญหาร่องจมูก ขากรรไกร และหน้าผากด้วยนะคะ ส่วนใหญ่แล้ววัยที่เหมาะกับการร้อยไหมจะอยู่ในช่วง 30-60 ปีขึ้นไปค่ะ แต่เนื้อเยื่อของคุณนั้นจะต้องไม่ยุบตัวหรือหย่อนคล้อยมากจนเกินไปนะคะ เพราะถ้าเกิดเป็นปัญหาความหย่อนคล้อยที่มากจนเกินไปแบบนี้ล่ะก็อาจต้องทำการร้อยไหมร่วมกับวิธีอื่น ๆ ด้วยไม่ว่าจะเป็น HIFU, Ulthera หรือ Thermage เป็นต้น

มาแนะนำเส้นไหมที่น่าใช้กันก่อนดีกว่า

  • อย่างที่บอกกันไปแล้วว่าเส้นไหมที่น่าใช้จะเป็นประเภทของเส้นไหมแบบ PDO ซึ่งถือว่าเป็นแบบมาตรฐานยืนพื้นที่คุณควรใช้ แต่ถ้าคุณอยากได้แบบที่ให้ผลลัพธ์คุณได้ดีขึ้นเราก็มีเส้นไหมมาแนะนำกันเพิ่มค่ะ
  • มาเริ่มที่ PDO กันก่อน ตัวนี้การละลายของเส้นไหมจะอยู่ที่ประมาณ 6-8 เดือน ความยืดหยุ่นจะมีเพียงเล็กน้อย การรักษาหลังทำเสร็จอาจเกิดขึ้นได้บ้างค่ะแต่ความเสี่ยงที่จะผิดพลาดในส่วนเส้นไหมก็ถือว่ามีน้อยเลยทีเดียวค่ะ ความละเอียดอยู่ในระดับมาตรฐานซึ่งยังมีแบบที่ละเอียดมากกว่านี้ค่ะ
  • ต่อมาเป็นไหมแบบ PLLA ตัวนี้การละลายของเส้นไหมจะอยู่ที่ประมาณ 14-18 เดือน ก็เท่ากับว่าผลลัพธ์ของคุณจะอยู่เกินปีแน่ ๆ และมาพร้อมกับความยืดหยุ่นแบบปานกลาง แต่ตัวนี้อาจต้องเจอกับการรักษาหลังทำเสร็จได้มากกว่า PDO ซึ่งในส่วนของความละเอียดนั้นอยู่ในระดับมาตรฐานซึ่งยังมีแบบที่ละเอียดมากกว่านี้ค่ะ
  • ปิดท้ายกันที่ไหมแบบ PCL กันดีกว่าค่ะ ตัวนี้การละลายของเส้นไหมจะอยู่ที่ประมาณ 16-24 เดือน เรื่องระยะเวลาชนะทั้งสองตัวไปเลย และยังมาพร้อมกับความยืดหยุ่นที่มากที่สุด รวมทั้งไม่ต้องมากังวลเรื่องการรักษาหลังทำเสร็จกันอีกด้วย นอกจากนี้ในส่วนของความละเอียดของไหมนั้นจะอยู่ในระดับที่สูงและดีที่สุดในทั้ง 3 ตัวที่เราพูดกันมาค่ะ
  • สิ่งที่ไหมทั้ง 3 ชนิดนี้มีเหมือนกันก็คือ ความปลอดภัย นั่นเองค่ะ ไม่ว่าคุณจะเลือกไหมแบบไหนเราขอบอกเลยว่าเป็นไหมที่ปลอดภัยและได้รับการไว้วางใจในระดับสากลทุกตัวแน่นอนค่ะ

ก่อนเข้ารับการร้อยไหมต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้าง?

แน่นอนเลยว่าขั้นตอนของการคัดกรองและวิเคราะห์ความเหมาะสมจากแพทย์เฉพาะทางนั้นคือสิ่งที่คุณต้องเจอเป็นด่านแรก ในขั้นตอนแรกเราขอแนะนำให้คุณหาสถานพยาบาลที่เชื่อถือได้ และเมื่อได้พบแพทย์ขอให้สอบถามราคา รวมทั้งวิธีการขั้นตอนต่าง ๆ โดยละเอียดเพื่อความปลอดภัยของคุณนั่นเองค่ะ แต่ถ้าคุณรู้ตัวอยู่แล้วว่ามีอาการอย่างเช่น โรคแพ้ภูมิตัวเอง ไวรัสตับอักเสบบีและซี HIV หรือเป็นหญิงที่กำลังตั้งครรภ์และให้นมลูก ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด มีภาวะติดเชื้อ และเคยมีแผลคีลอยด์มาก่อนล่ะก็อาจต้องโบกมือลาการรักษาด้วยวิธีการร้อยไหมกันไปก่อนนะคะ เพราะภาวะร่างกายของคุณยังไม่เหมาะสมกันค่ะ ซึ่งเมื่อคุณไม่มีความเสี่ยงใด ๆ ข้างต้นที่เรายกตัวอย่างไป แพทย์ก็จะเริ่มชี้แจงการรักษาให้กับคุณ ส่วนใหญ่จะแจ้งให้คุณได้ทราบถึงผลลัพธ์ ข้อจำกัด และพวกผลข้างเคียงต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้น ซึ่งคุณสามารถกลับไปตัดสินใจก่อนได้ แต่ถ้าคุณและแพทย์พร้อมก็เริ่มร้อยไหมกันได้เลย

ร้อยไหมยกแก้มอยู่ได้นานไหม?

สำหรับการร้อยไหมไม่ว่าจะร้อยที่ส่วนไหนของร่างกาย ส่วนใหญ่แล้วจะสามารถคงอยู่ได้ประมาณ 1-2 ปีกันเลยทีเดียวค่ะ แต่ความมากน้อยก็จะแตกต่างกันไปตามร่างกายของแต่ละคนด้วยนะคะ มีบางคนที่อาจเกิดความหย่อนคล้อยกลับมาในช่วง 6 เดือนแรก ซึ่งไม่ต้องตกใจไปค่ะกรณีแบบนี้สามารถเกิดขึ้นได้ เราขอแนะนำให้คุณกลับไปร้อยไหมที่จุดที่หย่อนคล้อยกันอีกสักรอบและครั้งนี้จะให้ผลลัพธ์ที่ยาวนานขึ้นค่ะ

อาการที่ต้องเจอหลังร้อยไหม

เมื่อผิวของคุณถูกสิ่งแปลกปลอมทิ่มแทงเข้าไปและเป็นเข็มเป็นไหมแบบนี้ด้วยแล้วต้องเกิดการอักเสบขึ้น ซึ่งถึงแม้ผลลัพธ์คือความกระชับและเกิดการสร้างคอลลาเจนขึ้นก็จริง แต่ระหว่างทางคุณก็ไม่สามารถหลีกหนีจากอาการบวมในตอนแรกไปได้ โดยอาการนี้จะอยู่กับคุณเพียง 1-2 วัน คุณแค่ต้องวางแผนให้ดีจะได้ไม่ต้องไปไหนมาไหนพร้อมกับหน้าบวมที่อาจทำให้คุณเสียความมั่นใจและเสี่ยงกับการติดเชื้อได้ และสำหรับบางคนที่เมื่อร้อยไหมไปแล้วอาจจะเจอกับอาการของการมีรอยพับและรอยย่นเกิดขึ้น อาการนี้อาจอยู่เป็นเวลาหลายสัปดาห์แต่ก็จะสามารถหายไปได้เองเช่นเดียวกัน แน่นอนเลยว่าแต่ละคนจะเจอกับอาการต่าง ๆ หลังร้อยไหมแตกต่างกันไป และการร้อยไหมก็มักจะทิ้งร่องรอยแบบนี้เอาไว้ คุณจึงจำเป็นต้องตัดสินใจกันให้ดีตั้งแต่ช่วงแรกที่แพทย์ได้ทำการแจ้งเอาไว้นั่นเองค่ะ

การร้อยไหมถือว่ามีความเสี่ยงกว่าการเสริมความงามแบบอื่น ๆ กันอยู่บ้าง เพราะคุณอาจต้องเจอกับใบหน้าที่ไม่เท่ากัน การติดเชื้อ การอักเสบของเนื้อเยื่อ ไหมหลุด หรือไหมแตกหัก แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่กับประเภทของเส้นไหมและความเชี่ยวชาญของแพทย์ด้วย ถ้าคุณได้ศึกษาก่อนการร้อยไหมยกแก้มกันเป็นอย่างดีแล้ว โอกาสในการประสบความสำเร็จมีมากกว่าอยู่แล้วเป็นที่แน่นอนค่ะ