ฟิลเลอร์ร่องแก้มคืนความสดใสให้ใบหน้า

ความเสื่อมโทรมของผิวหนังร่วงโรยไปตามวัย ปฏิเสธไม่ได้ว่าเป็นปัญหาใหญ่สำหรับสาว ๆ ที่อายุเข้าสู่เลข 3 โดยเฉพาะจุดที่เห็นชัดที่สุดคือ “ริ้วรอยร่องแก้ม” มีสาเหตุหลักมาจาก

เกิดจากการยุบตัวลงของกระดูกใต้ตา

เมื่อคนอายุมากขึ้น เนื้อบริเวณแก้มบน ขยับลงมากองที่เนื้อร่องแก้มขนห้อยย้อย สามารถแก้ไขได้ด้วยการเติมฟิลเลอร์ใต้ตา เพราะฉีดฟิลเลอร์ที่ร่องแก้มเพียงอย่างเดียว อาจจะทำให้ร่องแก้มแย่ลงกว่าเดิมได้

เกิดจากการยุบตัวของกระดูกบริเวณร่องแก้มโดยตรง

ส่วนมากพบในคนที่อายุระหว่าง 20-30 ปี ร่องแก้มยังไม่ลึกมาก สามารถแก้ไขด้วยการฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้มเพียงอย่างเดียวลงในชั้นกระดูกใต้กล้ามเนื้อ และต้องฉีดในจุดที่ต่ำกว่าร่องแก้มเล็กน้อย

เกิดจากการยิ้มบ่อย ๆ จนกล้ามเนื้อที่ดึงร่องแก้มแข็งแรงเกินไป

สามารถใช้โบท็อกเทคนิค Dermotoxin (การฉีดโบท็อกปริมาณที่น้อยมาก ๆ ลงในชั้นผิวหนัง เพื่อให้เส้นใยของกล้ามเนื้อที่มาเกาะกับผิวหนังชั้นบนคลายตัว โดยที่ไม่ทำให้กล้ามเนื้อชั้นล่างคลายไปด้วย) ใช้โบท็อกแค่ 50% แต่ไม่ควรแก้ด้วยโบท็อกทั้ง 100% เพราะจะทำให้การยิ้มดูแข็ง ๆ ไม่เป็นธรรมชาติ และที่เหลือแก้ด้วยการเติมฟิลเลอร์เทคนิค Myomodulation (การใช้ฟิลเลอร์ฉีดหนุน หรือฉีดกดกล้ามเนื้อ จะสามารถควบคุมการทำงานของกล้ามเนื้อได้บางส่วน ให้ผลออกมาดูเป็นธรรมชาติ) จะช่วยให้ร่องแก้มตื้นขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ

เกิดจากผิวแห้ง หรือตากแดดบ่อย ชั้นผิวบางลง

แก้ไขโดยการเลือกใช้ฟิลเลอร์โมเลกุลเล็ก เติมความชุ่มชื้นลงในชั้นผิวหนังได้โดยตรง สำหรับใครที่มองหาวิธีการดูแลรักษาอยากเพิ่มความสดใสไร้ริ้วรอย คงจะต้องพูดถึงนวัตกรรมที่สามารถช่วยให้ใบหน้าดูเด็กลงในเวลาอันรวดเร็วไม่ต้องเสียเวลา และใช้ความอดทนเพียงแค่ฉีด นั่นคือ “ฟิลเลอร์”

ฟิลเลอร์ร่องแก้มต้องฉีดกี่ cc

ถ้าจะพูดถึงปริมาณฟิลเลอร์ที่ฉีดร่องแก้ม ไม่สามารถระบุได้อย่างชัดเจนขึ้นอยู่กับปัญหาของแต่ละบุคคล ซึ่งเป็นหน้าที่ของแพทย์ที่จะเป็นคนประเมินโครงสร้างใบหน้า และคำนวณปริมาณที่ต้องใช้โดยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 1-6 ซีซี

รูปแบบการฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม

มีอยู่ 2 วิธี ดังนี้

วิธีแรก คือการฉีดหนุนตรงที่กระดูกร่องแก้ม เพื่อจะช่วยให้บริเวณร่องแก้มหายไป

วิธีที่สอง ก็คือ การฉีดตรงบริเวณร่องแก้มโดยตรง เพื่อแก้ไขปัญหาที่จุดนั้น ๆ โดยตรง

ขั้นตอนการฉีดฟิลเลอร์

  1. แพทย์จะทำการประเมิน และวิเคราะห์บริเวณร่องแก้มพร้อมให้คำปรึกษาเกี่ยวกับปริมาณ ชนิดของ Filler หากมีอาการแพ้ยาชาควรรีบบอกแพทย์ทันทีก่อนทำการรักษา
  2. แพทย์จะทำการแปะยาชา ต้องรอให้ยาชาออกฤทธิ์ประมาณ 30 นาที ถุง 1 ชั่วโมง
  3. แพทย์จะทำการบล็อกเส้นประสาท เพื่อให้คนไข้รู้สึกสบายมากที่สุด
  4. หลังจากยาชาออกฤทธิ์ แพทย์จะฉีดฟิลเลอร์ในชั้นผิวที่ต่างกัน โดยใช้เวลา 15 นาที ถึง 1 ชั่วโมงขึ้นอยู่กับตำแหน่งและปริมาณของฟิลเลอร์

หลังจากฉีดฟิลเลอร์จะบวมนานแค่ไหน

หลายคนทั้งกังวลและสงสัยว่าหลังจากฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้มจะบวมนานไหมหรือจะหยุดบวมเมื่อไหร่  หากเกิดอาการผิดปกติต้องทำอย่างไร หลังฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้มอาจจะมีอาการเขียวช้ำบวมแดงหรืออาการคันให้หลีกเลี่ยงการแตะบริเวณนั้น เมื่อผ่านไปซัก 2-3 วัน อาการก็จะเริ่มดีขึ้นหลังจากนั้นอีก 1-2 สัปดาห์อาการบวมก็จะเหลือเพียงแค่เล็กน้อยหรือบางคนอาจจะไม่มี หากมีอาการปวดสามารถทานยาแก้ปวดได้แต่ ควรติดต่อคลินิกเพื่อรับเพื่อรับยาเพิ่มถ้าอาการบวมไม่ทุเลาลง

ฉีดฟิลเลอร์แล้วเป็นก้อนจะทำอย่างไร

กรณีเกิดอาการบวมเข็ม ช่วงแรกหลังฉีด จะรู้สึกว่าผิวบริเวณทีฉีดมีฟิลเลอร์อยู่เป็นก้อนเอามือสัมผัสเจอ ถ้าเป็นกรณีนี้ไม่น่ากังวล เพราะเมื่ออาการบวมลดลง ก้อนก็จะยุบลง จนผิวเรียบเนียนเป็นปกติ แต่หากไม่หายอาจจะเกิดจากเกิดจากการเลือกใช้ฟิลเลอร์และเทคนิคที่ไม่ถูกต้อง การแก้ไขมีอยู่ 3 วิธี แต่ละวิธีจะต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในการทำการรักษา

  1. สามารถฉีดเอนไซม์ไฮยาลูโรนิเดส (hyaluronicdase หรือ HYAC) มีคุณสมบัติลดการอมน้ำของฟิลเลอร์ และสลายพันธะการยึดเกี่ยวกับเซลล์ผิว แต่ใช้ได้เฉพาะฟิลเลอร์ที่สามารถสลายตัวได้หรือกลุ่มฟิลเลอร์ไฮยาลูรอนิคแอสิด ที่มีขนาดเล็กไม่สามารถไม่ใหญ่จนเกินไป
  2. การขูดฟิลเลอร์ วิธีนี้จะใช้กับผู้ที่ฉีดฟิลเลอร์ชนิดที่ไม่สามารถละลายเองได้ เช่น Polyamine (Aqualift), Hydrofilic gel แต่ไม่สามารถเอาออกได้หมด ได้เพียงแค่ 60-70 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น
  3. การผ่าตัด วิธีนี้จะใช้กับฟิลเลอร์ที่มีขนาดใหญ่ และไม่สามารถสลายได้

ฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้มที่ไหนพิจารณาจากอะไร

  1. ศึกษารายละเอียดและข้อจำกัดต่าง ๆ ของการฉีดฟิลเลอร์ ไม่ว่าจะเป็นประเภทของฟิลเลอร์ที่นำมาฉีด ฟิลเลอร์อยู่ได้นานแค่ไหน ขึ้นอยู่กับว่าเลือกฟิลเลอร์แบบชั่วคราว กึ่งถาวรหรือกึ่งถาวร ในแต่ลดคลินิคฉีดฟิลเลอร์มากมายกับนวัตกรรมและเทคนิคเฉพาะตัว แต่ทางลูกค้าก็ต้องศึกษารายละเอียดของการฉีดฟิลเลอร์ การเตรียมตัวก่อนหลังฉีดฟิลเลอร์
  2. เลือกคลินิกที่สะอาดถูกหลักอนามัยและน่าเชื่อถืออยู่ในทำเลที่หาง่ายสะดวกตั้งสถานที่เป็นหลักแหล่ง
  3. เลือกแพทย์ที่มีความรู้ประสบการณ์ด้านกายวิภาค Anatomy เป็นอย่างดีคลินิกควรมีการอบรมพนักงานที่ให้ข้อมูลกับลูกค้าที่ให้ความสนใจในการฉีดฟิลเลอร์
  4. คลินิกมีเจ้าหน้าที่เอาใจใส่ มีความรู้สามารถให้ข้อมูลพื้นฐานได้ ให้ความสนใจลูกค้า และการให้บริการสามารถสอบถามรายละเอียดความรู้และอื่น ๆ ได้อย่างถูกต้อง
  5. ใกล้บ้านเดินทางได้สะดวกเพราะเวลาที่เกิดปัญหาเราสามารถเดินทางไปสอบถามรายละเอียดหรือปรึกษาแพทย์ได้ทันท่วงที
  6. คลินิกที่ใช้ฟิลเลอร์ที่ผ่านการรองรับจาก อย. สอบถามกับทางคลินิกโดยตรงก่อนดำเนินการตัดสินใจ
  7. มีข้อมูลรายละเอียดการบริการ และสินค้าอย่างชัดเจน ลูกค้าสามารถค้นหาข้อมูลคลินิกที่ลูกค้าต้องการฉีดฟิลเลอร์ได้อย่างง่ายดาย ไม่ว่าจะเป็นจากทางเว็บไซด์ของคลินิคเองหรือทางfacebook แน่นอนว่าทางคลินิคจะต้องใส่ข้อมูลรายละเอียดรวมถึงราคาคร่าว ๆ ไว้ให้ลูกค้าอยู่แล้ว รายละเอียดเหล่านั้นต้องชัดเจนสมบูรณ์ และถูกต้องไม่มีการหลอกลวงมีช่องทางการติดต่อสอบถามยืนยันกับพนักงานโดยตรง
  8. โปรโมชั่นไม่ถูกจนเกินไปเนื่องจากเป็นกลยุทธ์ทางการตลาดหากถูกเกินไปจะไม่ค่อยปลอดภัย
  9. แพทย์สามารถให้คำปรึกษาก่อนทำการรักษาได้และลูกค้าคุยรายละเอียดกับแพทย์ก่อนฉีดทุกครั้ง
  10. มีการรีวิวผลลัพธ์ของลูกค้าท่านอื่น ๆ ให้เราได้เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงได้จริงช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือของคลินิกนั้น ๆ

ราคาของฟิลเลอร์ร่องแก้มอยู่ที่เท่าไหร่

ราคาฟิลเลอร์ขึ้นอยู่กับประสิทธิภาพของฟิลเลอร์แต่ละตัว โดยอยู่ที่ประมาณซีซีละ 9,000 ถึง 13,000 บาทซึ่งเป็นปริมาตรสุทธิไม่บวกเพิ่ม

ก่อนฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้มควรเตรียมตัวอย่างไร

  1. งดอาหารเสริมและยาบางประเภทที่อาจจะมีผลกระทบต่อการรักษาเช่นแอสไพรินและวิตามินอี
  2. งดการฉีดเลเซอร์อย่างน้อย 3 วัน
  3. ก่อนฉีดสามงดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และกิจกรรมที่ทำให้เลือดสูบฉีดเร็วภายใน 24 ชั่วโมงก่อนฉีด เช่น เข้าซาวน่าตากแดดออกกำลังกาย

การดูแลหลังฉีดฟิลเลอร์

  1. ห้ามแต่งหน้าหรือใช้ครีมบำรุง หลังจากฉีดฟิลเลอร์อย่างน้อยภายใน 12 ชั่วโมงแรก
  2. ห้ามสัมผัสหรือถูบริเวณที่ มีความร้อนเช่นไดร์เป่าผมให้ออกกำลังกายอาบน้ำอุ่นถูหน้าแรง ๆ ในช่วง 48 ชั่วโมง
  3. ดื่มน้ำมาก ๆ ประมาณ 8-12 แก้วหรือมากกว่านั้น เพื่อเสริมประสิทธิภาพของฟิลเลอร์ให้ดียิ่งขึ้น
  4. ประคบเย็นตามคำแนะนำของแพทย์ไม่ควรประคบด้วยวิธีที่ผิดจะทำให้ฟิลเลอร์เคลื่อนและไม่เกาะผิว
  5. งดเลเซอร์ผิวหน้า อย่างน้อย 2 สัปดาห์

หลังจากฉีดฟิลเลอร์นอนตะแคงได้ไหม

หากเป็นฟิลเลอร์แท้จะไม่ไหลเคลื่อนผิดรูปจากการนอนตะแคง แต่นอนคว่ำจะกดทับบริเวณแก้มทำให้ผิดรูปได้