ยกกระชับใบหน้าด้วย Hifu คืออะไร และควรทำกี่ช็อต

Hifu หรือ High Intensity Focus Ultrasound คือ นวัตกรรมลดเลือนริ้วรอย ยกกระชับใบหน้า ปรับรูปหน้า ด้วยการใช้คลื่นอัลตร้าซาวด์ความเข้มข้นสูงส่งเข้าไปทำลายเนื้อเยื่อและคอลลาเจนเก่าในชั้นผิวหนังระดับลึก ทำให้ชั้นผิวหนัง SMAS หรือ Superficial Muscular Aponeurotic System หดตัว คล้ายกับการเย็บที่เนื้อเพื่อกระตุ้นให้เกิดการสร้างคอลลาเจนหรือสร้างเนื้อเยื่อใหม่ ซึ่งเป็นการดึงผิวหน้าส่งผลให้ผิวหน้าดูยกกระชับมากยิ่งขึ้น โดยเนื้อเยื่อจะเกิดขึ้นใหม่และเห็นผลชัดเจนอยู่ที่ 2 เดือนขึ้นไป ซึ่งหลังจากทำการแก้ไขจะคงสภาพอยู่ได้ 6 เดือน หรือ 1 ปี โดยประมาณ ซึ่งการทำ Hifu จะคงอยู่บนผิวหน้านานแค่ไหนนั้นขึ้นอยู่กับการดูแลรักษาหลังทำการแก้ไขของแต่ละคนด้วยเช่นกัน

กระบวนการการทำงานของ hifu

Hifu ใช้การทำงานโดยพลังคลื่นเสียงอัลตร้าซาวด์ ด้วยความถี่ที่สูง 1,000 ครั้ง ต่อ 0.1-1 วินาที ทำให้เกิดอุณหภูมิความร้อนสูงกว่า 40 องศาเซลเซียส ลงลึกใต้ชั้นผิวหนังที่บริเวณชั้นพังผืดที่รองรับเนื้อเยื่อของชั้นใต้ผิวหนังหรือ SMAS โดยพลังงานความร้อนและความถี่จากคลื่นอัลตร้าซาวด์จะลงไปทำให้เส้นพังผืดหดกลับไปตึงกระชับขึ้น หลักการทำงานคล้ายกับ Ulthera แต่เพราะ Hifu คือนวัตกรรมที่ถูกพัฒนาให้มีความถี่ที่ 1,000 ครั้ง/วินาที ซึ่งนับว่ามีความถี่มากกว่า Ulthera จึงส่งผลให้ผู้ป่วยไม่มีความรู้สึกเจ็บใด ๆ ขณะทำการแก้ไข

ใครเหมาะกับการยกกระชับใบหน้าด้วย Hifu

Hifu เหมาะสำหรับผู้ที่มีอายุ 25-35 ปี ขึ้นไป หรือ มากกว่านี้ รวมถึงผู้ที่มีปัญหาหนังตาตก ผิวหน้าหย่อนคล้อย มีริ้วรอยบนใบหน้า นอกจากนี้ยังเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการปรับรูปใบหน้าให้มองเห็น V shape มากยิ่งขึ้นโดยไม่ต้องการผ่าตัด และยังเหมาะกับผู้ที่ต้องการยกกระชับใบหน้าหรือยกแนวคิ้วให้ยกสูงขึ้น ผู้ที่ต้องการลดริ้วรอย ลดเหนียงใต้คางหรือคางสองชั้น

อะไรคือข้อดีของการทำ Hifu

Hifu เหมาะสำหรับผู้ที่มีริ้วรอยน้อยไปจนถึงริ้วรอยมาก ซึ่งสามารถทำได้บ่อยครั้งและหลังจากการทำการแก้ไขด้วย Hifu ผู้ป่วยสามารถทำการรักษาผิวด้วยวิธีอื่น ๆ เพิ่มเติมได้ทันทีอย่างไม่ต้องรอพักฟื้น และการทำ Hifu จะส่งผลให้ผู้ป่วยรู้สึกอุ่น ๆ บริเวณผิวหน้าขณะทำการรักษา ซึ่งจะไม่เกิดอาการแสบร้อนหรือเจ็บอย่างรุนแรงที่ผิว แต่อาจจำเป็นต้องใช้ยาชาเพราะการทำ Hifu ใช้อุณหภูมิที่ค่อนข้างสูงและมีความถี่สูงถึง 1,000 ครั้งต่อ 1 วินาที อาจจะทำให้ผู้ป่วยรู้สึกเจ็บได้เล็กน้อยซึ่งเป็นไปตามความรู้สึกของแต่ละคน แต่จะไม่เกิดความรู้สึกแสบร้อนอย่างแน่นอน

การทำ Hifu ไม่จำเป็นต้องพักฟื้นผู้ป่วยสามารถกลับไปทำกิจกรรมอื่น ๆ หรือดำเนินกิจวัตรประจำวันได้ตามปกติได้ทันทีอย่างไม่ต้องกังวลรอยแผลเป็นหลังจากทำการแก้ไข และ การทำ Hifu ไม่จำเป็นต้องเจ็บตัวหลายครั้ง เนื่องจากการทำ Hifu ไม่มีการผ่าตัดเข้ามาเกี่ยวข้องและไม่จำเป็นต้องใช้เข็มหรืออุปกรณ์ที่เสี่ยงต่อการติดเชื้อใด ๆ

ข้อเสียของการยกกระชับผิวหน้าด้วย Hifu

หลังจากทำการแก้ไข ในผู้ป่วยบางรายอาจมีอาการบวมแดงบ้างเป็นบางจุด ซึ่งจะหายไปภายใน 1-2 ชั่วโมง โดยระหว่างทำการแก้ไขผู้ป่วยบางท่านอาจมีความรู้สึกเสียวฟันในบริเวณที่อุดฟัน และ อาจรู้สึกเมื่อยใบหน้าระหว่างทำการแก้ไขหรือหลังทำการแก้ไข ซึ่งเป็นผลข้างเคียงที่แสดงให้เห็นว่าความร้อนกำลังทำงานที่ผิวหน้า โดยส่วนมากจะเกิดขึ้นกับผู้ป่วยที่มีผิวหน้าบอบบาง หรือ อาจเกิดตุ่มน้ำเล็ก ๆ ในบางจุดในวันแรกหรือหลังจากทำการแก้ไข 1 วัน ซึ่งหลังจากทำการแก้ไขอาจส่งผลให้ผิวหน้าแห้งกร้านขึ้นและขาดความชุ่มชื้นเป็นผลมาจากความร้อนที่กระทำการแก้ไขต่อผิวหน้า และการทำ Hifu ยังมีราคาที่ค่อนข้างสูงอีกด้วย

Hifu ให้ผลลัพธ์ด้านใดบ้าง

  1. ลดความหย่อนคล้อยของใบหน้า
  2. ผิวหนังกระชับส่งผลให้แลดูอ่อนเยาว์ขึ้น
  3. กระตุ้นชั้นคอลลาเจนใต้ผิว
  4. ลดริ้วรอยต่างๆบนใบหน้า
  5. ยกหางคิ้วและหนังตาที่ตกช่วยเสริมให้ดูดียิ่งขึ้น
  6. ปรับรูปหน้าให้ดูเรียวขึ้นอย่างไม่ต้องศัลยกรรม
  7. กระชับเหนียงและคอ
  8. เพิ่มความชัดบริเวณสันกราม

ข้อควรระวังหลังจากการทำ Hifu

ถึงแม้ว่าการยกกระชับผิวหน้าด้วยการทำ Hifu จะได้รับการยอมรับในมาตรฐานสากล และได้รับการยอมรับว่ามีความปลอดภัยสูง แต่ผู้ป่วยก็ควรต้องปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังเพื่อทำความเข้าใจกับการยกกระชับผิวด้วย Hifu และหลังจากทำการแก้ไขผู้ป่วยบางรายอาจมีอาการปวดตึงตามบริเวณต่าง ๆ ซึ่งนั่นนับว่าเป็นเรื่องปกติแต่ถ้าหากไม่สามารถยกมุมปากได้หรือเกิดภาวะอาการแทรกซ้อนต่าง ๆ ควรปรึกษาแพทย์ทันที

วิธีการดูแลตัวเอง ก่อนและหลัง จากการทำ Hifu

ก่อนทำ Hifu ผู้ป่วยควรงดสูบบุหรี่หรือดื่มแอลกอฮอล์ พร้อมทั้งพักผ่อนให้เพียงพอและทานอาหารที่มีประโยชน์เพื่อให้การดำเนินการสร้างคอลลาเจนใหม่เป็นไปได้ด้วยดี และหลังจากการทำ Hifu ผู้ป่วยควรใช้ครีมบำรุงผิวเพื่อรักษาให้ผิวที่เพิ่งเกิดขึ้นใหม่คงอยู่ได้อย่างยาวนาน หากมีความจำเป็นต้องออกไปสัมผัสกับแสงแดดควรทาครีมบำรุงและครีมกันแดดที่มีค่า SPF มากกว่า 30 ขึ้นไปเพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้ผิวได้รับความเสียหายจากแสงแดด ซึ่งหากมีอาการ เมื่อย ปวด หรือ ตึง ที่ผิวสามารถรับประทานยาแก้ปวดได้ ไม่ควรถูหรือนวดหน้าแรงๆอาจทำให้ผิวหนังได้รับบาดเจ็บได้ ไม่ควรดื่มแอลกอฮอล์หรือสูบบุหรี่เพราะอาจเป็นการทำลายเนื้อเยื่อและคอลลาเจนที่สร้างใหม่ได้

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการทำ Hifu

  • Hifu เห็นผลทันทีจริงไหม: หลังจากทำ Hifu เสร็จทันทีจะเห็นผลลัพธ์ได้ในทันทีอยู่ที่ 10-20% ชั้นผิวจะหดลงตามความร้อนที่ Focus ลงใต้ผิว โดยใช้หลักการคล้ายกับเนื้อที่ถูกวางลงบนกระทะเมื่อถูกความร้อนก็จะหดตัวลง ซึ่งการทำ Hifu จะให้ผลลัพธ์ที่ชัดเจนที่สุดหลังจากทำการแก้ไขประมาณ 2-3 เดือน
  • Hifu สามารถทำทั้งตัวได้จริงไหม และจะสามารถเห็นผลได้ในทุกส่วนที่ทำหรือไม่: Hifu สามารถยิงได้ทุกที่ ตามจุดที่ต้องการให้ผิวกระชับขึ้น โดยหัวที่ใช้ยิงมีหลากหลายสามารถปรับให้เข้ากับความลึกของผิวในแต่ละจุดได้ โดยจุดยิงที่สามารถเห็นผลลัพธ์ได้อย่างชัดเจนที่สุดถูกแบ่งออกเป็นสองส่วน ได้แก่ ส่วนใบหน้า ประกอบไปด้วย เหนียง คอ ร่องมุมปาก พวงแก้ม ใต้ตา หน้าผาก เปลือกตาบน และ กรอบหน้า ส่วนที่สองคือ ร่างกาย ประกอบไปด้วย ต้นแขน ต้นขา เอว หน้าท้อง
  • สามารถทำ Hifu ร่วมกันกับการทำหัตถกรรมอื่น ๆ ได้หรือไม่: สามารถทำ Hifu ร่วมกันกับหัตถกรรมอื่น ๆ ได้ทันทีโดยไม่ต้องพักฟื้น และในผู้ป่วยบางรายแพทย์อาจแนะนำให้ทำ Hifu ร่วมกับหัตถกรรมอื่น ๆ เช่น ฟิลเลอร์ ฉีดเมโสแฟต หรือ ร้อยไหม เพื่อผลลัพธ์ที่ชัดเจนและรวดเร็วยิ่งขึ้น ซึ่งผู้ป่วยบางรายที่มีร่องแก้มลึกแพทย์อาจทำการแก้ไขโดยการทำ Hifu และ ฉีดฟิลเลอร์ ร่วมด้วย หากต้องการเห็นผลลัพธ์ทันที

การทำ Hifu แต่ละครั้งต้องใช้ช็อตเท่าไหร่

การทำ Hifu แต่ละครั้งโดยส่วนมากมักใช้จำนวนช็อตที่ไม่เท่ากันในแต่ละคน เนื่องจากขึ้นอยู่กับหลากหลายปัจจัยโดยเฉพาะผิวของแต่ละคนที่มีความแตกต่างกัน และความหนาของแต่ละชั้นผิวหนังที่ไม่เท่ากัน โดยมีรายละเอียดดังนี้

– แก้มทั้งสองข้าง ประมาณ 300-500 ช็อต

– เหนียงและกรอบหน้า ประมาณ 200 ช็อต

– หน้าท้อง ประมาณ 800 ช็อต

– ต้นแขน ประมาณ 800-1,600 ช็อต

– ต้นขา ประมาณ 800-1,600 ช็อต

ราคาของการยกกระชับผิวด้วย Hifu

ราคาของการบริการยกกระชับผิวด้วย Hifu ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและจำนวนช็อตที่แตกต่างกันไป ซึ่งทั้งหมดอยู่ในดุลพินิจของแพทย์ตามความเหมาะสม โดยมีราคาเริ่มต้นที่ 6,000-60,000 บาท โดยประมาณ

การยกกระชับผิวด้วย Hifu ถือเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ได้รับความนิยมในปัจจุบัน เพราะสามารถเห็นผลลัพธ์ได้ทันทีหลังจากทำการแก้ไขและมีความปลอดภัยสูง โดยหลังจากการแก้ไขไม่จำเป็นต้องพักฟื้นและไม่มีรอยแผลเป็นขนาดใหญ่ใด ๆ ซึ่งจำนวนช็อตที่ใช้ในการแก้ไขต่างแตกต่างกันไปในแต่ละสภาพผิว และผลลัพธ์ของ Hifu นั้นจะอยู่ได้นานแค่ไหนก็ขึ้นอยู่กับการดูแลหลังจากทำการแก้ไขของผู้ป่วยด้วยเช่นกัน