รู้จักฟิลเลอร์ Perfectha คืออะไรก่อนฉีด

“Perfectha” เป็นชนิดของฟิลเลอร์ ประเภทหนึ่งที่มีประสิทธิภาพในการเติมเต็มผิวหน้าส่วนที่เกิดริ้วรอยร่องลึก และใช้กันอย่างแพร่หลายในแวดวงความงามในปัจจุบันทั่วโลก

Perfectha  คืออะไร

เป็นฟิลเลอร์ที่ผลิตจากประเทศฝรั่งเศสที่ได้รับการยอมรับในคลินิกเสริมความงามทั่วโลก โดยยกให้เป็นฟิลเลอร์ที่มีคุณภาพที่และความปลอดภัย มีการจัดจำหน่ายมากถึง 70 ประเทศทั่วโลก สาว ๆ ส่วนใหญ่ปรารถนาที่จะมีใบหน้าอ่อนเยาว์เมื่ออายุมากขึ้นหรือด้วยเหตุปัจจัยอื่น ๆ การฉีดฟิลเลอร์ จึงกลายเป็นตัวเลือกอันดับแรก ๆ ที่สามารถเห็นผลได้ในระยะเวลาอันรวดเร็ว ตัวเลือกที่มีประสิทธิภาพคงหนีไม่พ้นฟิลเลอร์  Perfectha ที่เหล่าบรรดาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทั้งหลายยืนยันว่าสามารถเติมเต็มร่องลึก และเพิ่มความชุ่มชื่นแก่ผิวได้มากกว่าฟิลเลอร์ทั่วไปหลายเท่า โดยผ่านนวัตกรรมที่เรียกว่า E-brid ทำให้ Perfetha มีความโดดเด่นในด้าน

  1. มีโครงสร้างที่แข็งแรง ถูกทำลายด้วยเอนไซม์ Hyaluranidase ของมนุษย์ได้ยาก สามารถอยู่ได้นานตามระยะเวลาที่กำหนด
  2. ความยืดหยุ่นมากขึ้น ทำให้สามารถคงความเป็นธรรมชาติอยู่ได้ เวลาที่แสดงอารมณ์หรือความรู้สึก ผิวหน้าจะกลับสู่ลักษณะเดิมได้อย่างรวดเร็ว
  3. ยากต่อการไหลไปยังบริเวณอื่นเนื่องจากมีความหนืดสูง จึงคงอยู่ในบริเวณฉีดได้ดี
  4. ด้วยปริมาณของ Cross-Linked ที่สูง ทำให้ระยะเวลาอยู่ได้นาน
  5. ปราศจากสาร BDDE รูปแบบอิสระ ปราศจากสารก่อมะเร็งจึงทำให้มีความปลอดภัยสูง

เมื่อฉีดเข้าสู่ผิว โครงสร้างของไฮยาลูโรนิคแอซิด (Hyaluronic Acid หรือ HA) มีความเข้มข้นมากสามารถเข้าได้ดีกับทุกสภาพผิว คงตัวอยู่ภายใต้ใบหน้าอย่างเป็นธรรมชาติปลอดภัยและไร้ผลข้างเคียง ได้รับมาตรฐานความปลอดภัยอีกทั้งยั้งถูกกฎหมาย ผ่านการรับรองจากองค์การอาหารและยา (อ.ย.)

คุณสมบัติที่น่าทึ่งจะอยู่กับเราได้นานแค่ไหน

จุดเด่นสำคัญของ perfecta คือมี Hyaluronic Acid ความเข้มข้นสูง ทำให้อยู่ได้นานทนต่อการทำลายของเอนไซม์ในร่างกาย ฉีดเพียงแค่ครั้งเดียว แต่อยู่ได้นานมากถึง 1 ปีไม่ต้องกลับมาฉีดซ้ำบ่อย ๆ

รูปแบบของ Filler Perfectha มีอะไรบ้าง

  1. Perfectha Subskin ระยะเวลาอยู่ได้นาน 12-18 เดือน ใช้ฉีดบริเวณใต้ผิวหน้าเพื่อเติมเต็มผิวร่องตื้น บริเวณแก้มและใต้ปาก
  2. Perfectha Deep ระยะเวลาอยู่ได้นาน 8-12 เดือน ฉีดบริเวณผิวชั้นลึกเพื่อเติมเต็มร่องลึก ร่องแก้ม คาง บริเวณริมฝีปาก
  3. Perfectha Derm ระยะเวลาอยู่ได้นาน 6-12 เดือน ฉีดบริเวณผิวชั้นกลางเพื่อเติมเต็มร่องรอย ริ้วรอยร่องลึก ระหว่างคิ้วมุมปากและริมฝีปาก
  4. Perfectha Fine Line ระยะเวลาอยู่ได้นาน 4-6 เดือน ฉีดบริเวณผิวร่องตื้นเพื่อเติมเต็มริ้วรอยร่องตื้นบริเวณดวงตา หางตา ตีนกาและมุมปาก
  5. Perfectha Complement ระยะเวลาอยู่ได้นาน 4-6 เดือนฉีดบริเวณผิวหนังชั้นตื้น เพื่อเติมเต็มริ้วรอยร่องตื้นบริเวณต่าง ๆ

Perfectha ฉีดบริเวณใดได้บ้าง

เพื่อเติมเต็มริ้วรอยและรอยเหี่ยวย่นที่เป็นสาเหตุทำให้ดูแก่กว่าวัย สามารถปรับโครงสร้างใบหน้าที่ไม่ได้รูปสวยเพื่อเสริมสร้างเนื้อเยื่อผิวหน้าให้มีลักษณะนูนเต็มขึ้น เช่น บริเวณหน้าผาก แก้ม หรือเพื่อเพิ่มความอวบอิ่มแก่ริมฝีปาก เป็นวิธีที่ทำให้สวยด้วยธรรมชาติโดยไม่ได้พึ่งวิธีศัลยกรรม หากสาว ๆ คนไหนสนใจที่จะเพิ่มความมั่นใจให้กับใบหน้า ขอแนะนำว่าให้ปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนที่จะทำเพื่อผลลัพธ์ที่น่าพึงพอใจ

การเตรียมตัวก่อนฉีด

  • เข้าปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อตรวจประเมิน และทำให้ทราบถึงผลลัพธ์ที่สามารถเกิดขึ้นได้จริง
  • งด การรับประทานยาและอาหารเสริม จำพวกแอสไพริน, ยา NSAIDs ซึ่งเป็นยาในกลุ่มลดอาการปวด ลดอาการอักเสบ และลดไข้ เช่น Ibuprofen, Ponstan, Diclofenac ชนิดฉีด เพราะเมื่อใช้แล้วจะทำให้เกิดอาการบวมหรือช้ำในตำแหน่งที่ทำการฉีดฟิลเลอร์ได้ หลีกเลี่ยงอาหารเสริมและวิตามินบางชนิด เช่น วิตามินอี, แปะก๊วย, น้ำมันปลา, Primrose Oil เพราะจะทำให้แผลมีอาการช้ำและเลือดหยุดไหลช้า รวมทั้งยาทาประเภทผลัดเซลล์ผิวชนิดต่าง ๆ เช่น Retin, Glycolic Acid, Retinoids รวมไปถึงครีมในกลุ่มต้านและลดริ้วรอย (Anti-Aging) ทุกประเภท
  • งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ภายใน 24 ชั่วโมง
  • หากมีโรคประจำตัว วางแผนการมีบุตร ควรแจ้งแพทย์ก่อนทำการรักษา

การปฏิบัติตัวหลังฉีด

  1. ห้ามสัมผัสบริเวณที่ฉีดฟิลเลอร์ ไม่ว่าจะเป็นการนวด กด หรือสัมผัสแรง ๆ บริเวณที่ฉีดอย่างเด็ดขาด เพราะอาจทำให้ฟิลเลอร์ที่ฉีดเข้าไปเคลื่อนที่ไปจากบริเวณที่ฉีด การฉีดฟิลเลอร์เพื่อยกหน้า กวดนวดเป็นสิ่งที่ต้องหลีกเลี่ยง เพราะหลังการฉีดเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดอย่างหนึ่งที่จะการันตีผลลัพธ์ตามที่คาดหวังเอา ทั้งนี้หากฉีดแล้วมีอาการคันหรือระคายเคือง ห้ามเกาโดยเด็ดขาด เนื่องจากเสี่ยงต่อการอักเสบของผิวได้ หากอาการคันไม่ทุเลาลงภาพ 3 ควรรีบไปพบแพทย์
  2. หลีกเลี่ยงความร้อนและแสงแดดภายใน 48 ชั่วโมงแรกหลังจากฉีดไปแล้ว แพทย์จะแนะนำไม่ให้ผู้เข้ารับการฉีดฟิลเลอร์โดนความร้อนที่มีอุณหภูมิสูง เช่น การเข้าห้องซาวน่า ตากแดดเพราะความร้อนทำให้ผิวยืดหดมากกว่าปกติ และมีผลต่อการเซ็ตตัวของฟิลเลอร์ หลังจากการฉีดฟิลเลอร์เข้าไปผิวของเราที่เต็มไปด้วยรอยเข็มหลาย ๆ รูบนหน้าทำให้เซ็นต์ซิทีฟมากกว่าปกติ การโดนความร้อนอาจทำให้เกิดรอยแดง ระคายเคืองและผื่นขึ้นได้
  3. หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหาร อาหารเสริมบางชนิด รวมถึงผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่มีส่วนผสมของกรดผลไม้ ควรหลีกเลี่ยงการทานวิตามิน เช่น กิงโกะ น้ำมันพริมโรส กระเทียม โสม และวิตามินอี สารเหล่านี้จะทำให้เสี่ยงต่อการช้ำได้ง่ายกว่าปกตินอกจากนี้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่มีส่วนประกอบของ AHA BHA หรือ Retinoids ก็อาจทำให้เกิดการระคายเคืองกับผิว และบริเวณที่ฉีดสารฟิลเลอร์ได้อีกด้วย
  4. หลีกเลี่ยงการใช้ยาที่มีฤทธิ์ต้านการแข็งตัวของเลือด เช่น แอสไพริน ไอบูโพรเฟน และยาแก้อักเสบบางชนิด เพราะการฉีดฟิลเลอร์เป็นการฉีดลงไปในผิวหนังชั้นลึก ถ้าเกิดโดนเส้นเลือดขณะฉีดอาจทำให้เลือดหยุดไหลช้าทำให้ช้ำง่ายกว่าปกติ ดังนั้นเพื่อความปลอดภัย และไม่เสี่ยงช้ำควรหลีกเลี่ยงการใช้ยาดังกล่าวอย่างน้อย 1 สัปดาห์
  5. หลีกเลี่ยงการใช้ครีมกำจัดขน หรือ แว๊กซ์ ถอน ย้อมสีขน เพราะหลังจากฉีดฟิลเลอร์ผิวหนังบริเวณที่ฉีดจะมีความบอบบางลงชั่วคราว ประมาณ 2-3 วัน ซึ่งหากเรากระทำการดังกล่าว อาจทำให้เกิดการระคายเคืองเสี่ยงต่อการอักเสบและติดเชื้อได้ ดังนั้นจึงไม่ควรทำอย่างยิ่ง
  6. ดื่มน้ำมาก ๆ ก็เป็นสิ่งสำคัญอีกอย่างหนึ่งที่ไม่ควรมองข้ามเพราะสารไฮยาลูรอนิคมีฤทธิ์ในการอุ้มน้ำได้ดี แพทย์จึงแนะนำให้ดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 8-10 แก้วหรือประมาณ 2 ลิตรต่อวัน ในช่วง 4-5 วันแรก เพื่อผลลัพธ์ที่ดีและคงทน ช่วยให้ฟิลเลอร์มีประสิทธิภาพที่ดีขึ้น
  7. หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และสูบบุหรี่ เนื่องจากจะทำให้ขาดสติและไม่สามารถควบคุมตัวเอง ให้ไม่ไปเผลอทำอะไรที่เป็นการทำลายฟิลเลอร์ที่ฉีดเข้าไป แอลกอฮอล์มีฤทธ์ทำให้เลือดสูบฉีดอาจจะมีเลือดออกบริเวณนั้นได้ การสูบบุหรี่ ทำให้เกิดผลข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์ได้ เช่น สูบบุหรี่หลังฉีดฟิลเลอร์ที่ปากอาจจะทำให้รูปลักษณ์ที่คุณหมอสร้างขึ้นมาเป็นปากกระจับอาจจะผิดรูปได้ ดังนั้นควรงดสัก 2-3 วัน

ข้อควรรู้ก่อนเข้ารับการฉีดฟิลเลอร์

สำหรับผู้ที่ต้องการฉีดฟิลเลอร์เพื่อที่จะเสริมความมั่นใจให้กับใบหน้าของตนเพื่อให้มีความดูดี ควรตรวจสอบตัวเองดูว่ามีความพร้อมมากแค่ไหนมีประวัติการรักษาอะไรหรือไม่ ดังนี้

  1. ไม่มีประวัติแพ้สารฟิลเลอร์รุนแรง
  2. ไม่มีประวัติแพ้ยาชา
  3. ไม่มีประวัติเป็นโรคเริมที่ปาก สำหรับผู้ที่ต้องการฉีดฟิลเลอร์บริเวณปาก
  4. ไม่อยู่ในระหว่างการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร

การปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนทำการฉีดฟิลเลอร์เป็นทางเลือกที่ดีที่สุด เพราะเราจะสามารถรู้ถึงข้อบกพร่องของตัวเอง รวมทั้งวิธีที่แก้ไขปัญหาและผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น ได้อย่างถูกต้อง