รู้ไว้ก่อนทำ ร้อยไหมก้างปลา มีผลข้างเคียงหรือไม่ ?

เรื่องริ้วรอย นับเป็นหนึ่งในปัญหาที่สาว ๆ ที่รักสวยรักงาม ย่อมกังวลกันมากเป็นอันดับต้น ๆ เลยก็ว่าได้ ไม่มีใครอยากมีริ้วรอย โดยเฉพาะริ้วรอยก่อนวัย ซึ่งการมีริ้วรอยก่อนวัยบนใบหน้าของเรานั้นเกิดได้จากหลายสาเหตุด้วยกัน โดยบางสาเหตุเราอาจไม่ได้นึกถึงหรือมองข้ามไป มาดูกันค่ะว่า มีปัจจัยอะไรที่เสี่ยงต่อการเกิดริ้วรอยก่อนวัยบ้าง

คอลลาเจนในผิวลดลง

คอลลาเจนมีอยู่แล้วในผิวหนังของเราตามธรรมชาติค่ะ แต่เมื่อเวลาผ่านไป ขึ้นคอลลาเจนในผิวก็จะลดน้อยลง และค่อย ๆ เสื่อมสภาพลงเรื่อย ๆ ตามตัวเลขอายุของเรานั่นเอง

สิ่งแวดล้อมและวิถีชีวิต

สิ่งแวดล้อม ได้แก่ แสงแดด มลภาวะ ย่อมเป็นปัจจัยหลักที่ก่อให้เกิดริ้วรอย นอกจากนี้ยังรวมไปถึงวิถีการใช้ชีวิตของเราด้วย อย่างเช่นความเครียด การรับประทานอาหาร หารดื่มน้ำ การสูบบุหรี่จัด หรือดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งล้วนแล้วแต่เพิ่มอนุมูลอิสระในร่างกาย จนกลายเป็นปัญหาผิวและริ้วรอยก่อนวัยตามมา

การหดตัวของกล้ามเนื้อบนใบหน้า

การแสดงออกทางสีหน้าตามอารมณ์ธรรมชาติ เช่น การยิ้ม ขมวดคิ้ว เลิกคิ้ว เป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เกิดริ้วรอยก่อนวัยได้ โดยเฉพาะริ้วรอยก่อนวัยบริเวณหน้าผากเหนือคิ้ว หางตา เป็นต้นค่ะ

ร้อยไหม หนทางแก้ไขปัญหาผิวหย่อนคล้อย ริ้วรอยก่อนวัย ที่ได้รับความนิยมยาวนานนับ 10 ปี

การร้อยไหม นับว่าเป็นรูปแบบศัลยกรรมเสริมความงามอย่างหนึ่ง เพื่อยกกระชับใบหน้า และคืนความอ่อนเยาว์ให้แก่ผิวหน้า ที่ได้รับความนิยมมานาน โดยที่การร้อยไหมนั้น ก็มีหลายแบบให้เลือก โดยรวมจะให้ผลลัพธ์ในการกระชับผิว ทำให้หน้าเรียวเล็กเป็น V-Shape คล้ายดาราเกาหลี ซึ่งส่งผลให้ใบหน้าดูอ่อนกว่าวัย เสริมสร้างความมั่นใจให้กับสาว ๆ ทุกช่วงวัยได้เป็นอย่างดีค่ะ

หลักการของการเสริมความงาม ด้วยการร้อยไหม

การร้อยไหมนั้น เป็นเทคนิคการเสริมความงาม ที่มีต้นกำเนิดมาจากประเทศเกาหลี โดยการใช้เส้นไหมชนิดพิเศษในการช่วยยกกระชับ ฟื้นฟูสภาพผิว ลดเลือนริ้วรอยและปรับรูปหน้าให้ดูเรียวเล็กได้ โดยไม่ต้องอาศัยการผ่าตัด  หลักการของการร้อยไหมนั้นก็คือ การใช้ไหมเส้นเล็กจำนวนมาก มาร้อยเรียงเข้าด้วยกัน จนกลายเป็นเครือข่ายบริเวณใต้ผิวหนัง ซึ่งผิวหนังชั้นในบริเวณที่ถูกร้อยไหม จะได้รับการกระตุ้นให้เกิดอาการอักเสบ ซึ่งจะส่งผลให้เกิดการสร้างเส้นเลือดใหม่ตามมา ทำให้โลหิตไหลเวียนมายังบริเวณผิวหนังได้ดีขึ้น และที่สำคัญยังช่วยกระตุ้นเซลล์ใต้ผิวหนัง ที่มีหน้าที่สร้างเส้นใยคอลลาเจนและอีลาสติน  ซึ่งเส้นใยที่เกิดขึ้น จะเข้ามารวมตัวกันรอบเส้นไหมที่ถูกร้อยเข้าไป ทำให้ผิวหน้าถูกดึง จนดูเต่งตึงและยกกระชับขึ้นนั่นเองค่ะ อันที่จริงแล้ว การร้อยไหม ถือว่าจัดอยู่ในรูปแบบของการทำศัลยกรรมความงามอย่างหนึ่ง แต่ไม่ต้องอาศัยการผ่าตัด หรือการพักฟื้น จึงนับว่าเป็นการปรับรูปหน้าให้กระชับและเรียวขึ้นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับสาว ๆ ในยุคปัจจุบัน ทั้งยังมีโอกาสเกิดผลข้างเคียงน้อยอีกด้วยค่ะ

มาทำความรู้จักกับ การร้อยไหมก้างปลา

ในปัจจุบันนี้ การร้อยไหมนั้นมีอยู่หลายชนิดให้สาว ๆ ได้เลือกทำค่ะ ซึ่งแต่ละชนิดก็จะมีรูปแบบและคุณสมบัติที่แตกต่างกันไป แต่ทราบไหมคะ ว่าการร้อยไหมที่ได้รับความนิยมมายาวนาน ตั้งแต่ยุคบุกเบิกในวงการศัลยกรรมเสริมความงามนั้น ก็ต้องยกให้ การร้อยไหมก้างปลา หรือ Aptos Threads ค่ะ ชื่อของไหมก้างปลา นั้นก็มาจากลักษณะรูปร่างของไหมที่นำมาใช้ร้อย เนื่องจากมีเงี่ยงโผล่ออกมาทั้งสองข้างของไหม ที่ดูคล้ายกับก้างปลา โดยไหมก้างปลานั้น เป็นไหมชนิดที่ไม่ละลาย เมื่อนำไปร้อยเข้ากับบริเวณใต้ผิวหนัง เงี่ยงทั้งสองข้างของไหมก้างปลานั้น ก็จะเข้าประคองผิวใบหน้าเอาไว้ ช่วยยกกระชับผิวหน้า ไม่ให้หย่อนคล้อยลงมาตามแรงโน้มถ่วงนั่นเอง การร้อยไหมก้างปลานั้น เหมาะสำหรับคนไข้ทุกเพศ ทุกช่วงอายุ เน้นการตอบโจทย์ปัญหาผิวหน้าหย่อนคล้อย และการปรับรูปหน้าให้เรียวกระชับเป็น V-Shape ค่ะ

สำหรับสาว ๆ ที่สนใจยกกระชับให้หน้าเรียวเล็ก และตึงกระชับ ด้วยการร้อยไหมก้างปลา อันดับแรกควรมองหาคลินิกเวชกรรม หรือสถานบริการเสริมความงามที่น่าเชื่อถือและได้มาตรฐาน และเข้ารับการปรึกษากับศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนนะคะ นอกจากจะได้ประเมินเรื่องงบประมาณค่าใช้จ่ายได้แล้ว ยังช่วยสร้างความมั่นใจว่า การร้อยไหมก้างปลานั้น สามารถช่วยแก้ปัญหาผิวในส่วนที่สาว ๆ กำลังกังวลได้จริง ๆ และที่สำคัญที่สุด สาว ๆ ต้องตระหนักไว้ด้วยเช่นกันว่า การร้อยไหมนั้นต้องอาศัยเทคนิค และความชำนาญของแพทย์ ในการประเมินรูปทรงหน้า จึงจะทำให้ผลในการร้อยไหมออกมาสวยและเข้ารูปมากที่สุดค่ะ

ก่อนร้อยไหม ต้องเตรียมตัวอย่างไร

หากสาว ๆ ได้มีโอกาสปรึกษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ และตัดสินใจร้อยไหมเพื่อยกกระชับใบหน้าเรียบร้อยแล้ว ก่อนเข้ารับบริการ ควรงดยา อาหารเสริม และวิตามิน ที่อาจมีผลข้างเคียงต่อการแข็งตัวของโลหิต เช่น ยาแอสไพริน หรือวิตามินอี เป็นต้น โดยแนะนำให้งดเป็นเวลา 1-2 สัปดาห์ก่อนร้อยไหมค่ะ

นอกจากนี้ สาว ๆ ควรตรวจสอบสุขภาพร่างกายของตนเองให้ถี่ถ้วน คนไข้ที่จะเข้ารับบริการเสริมความงามด้วยการร้อยไหมนั้น จะต้องไม่เป็นแผลคีลอยด์ ไม่แพ้ยาชา และไม่เป็นโรคที่เกี่ยวข้องกับเกล็ดเลือด หรือการแข็งตัวของโลหิต นอกจากนี้ ควรหลีกเลี่ยงการร้อยไหม ในระหว่างที่กำลังมีประจำเดือนด้วยค่ะ

หลังร้อยไหม ต้องดูแลตนเองอย่างไร

สาว ๆ ควรหมั่นประคบเย็นบ่อย ๆ หลังร้อยไหม เพื่อลดอาการบวม รวมถึงรับประทานยาตามที่แพทย์สั่งอย่างเคร่งครัดและต่อเนื่อง นอกจากนี้ควรงดดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และหลีกเลี่ยงไม่ให้ผิวสัมผัสกับความร้อน เป็นเวลาประมาณ 1 เดือนหลังทำ ในบางกรณี การร้อยไหมอาจก่อให้เกิดผลข้างเคียงได้ เช่น อาการบวม ฟกช้ำ ซึ่งจะหายไปเองประมาณ 1 สัปดาห์ โดยสาว ๆ จะเริ่มเห็นผลของการร้อยไหมได้อย่างชัดเจน ภายในเวลาประมาณ 1 เดือนหลังจากการทำค่ะ

ข้อควรระวัง หลังจากยกกระชับผิวหน้าด้วยการร้อยไหม

ไม่ว่าจะเป็นการร้อยไหมชนิดใดก็ตาม หลังจากทำเสร็จเรียบร้อยแล้ว สาว ๆ ควรงดการทำเลเซอร์ ทรีทเมนต์ รวมไปถึงหัตถการอื่น ๆ บนผิวหน้าไปประมาณ 2 สัปดาห์ และให้หลีกเลี่ยงการ เช็ด ถู หรือนวดหน้าแรง ๆ ในตำแหน่งที่ร้อยไหมประมาณ 2 เดือน

นอกจากนี้ ในบางกรณี คนไข้อาจเกิดผลข้างเคียงจากการแพ้เส้นไหมได้ โดยอาการแพ้ดังกล่าว จะมีอาการเบื้องต้นคือ ผิวหนังบวมแดง เกิดตุ่มแดงตามแนวที่ร้อยไหม ซึ่งหากอาการดังกล่าวรุนแรงมาก ก็อาจมีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ จากเข็มที่ใช้สอดเส้นไหมจำนวนมากเข้าไปที่ผิวหนัง และหากแพทย์ผู้ร้อยไหมขาดความชำนาญและประสบการณ์ที่มากพอ ก็อาจทำให้เกิดผลข้างเคียงอื่น ๆ ตามมา เช่น รอยบุ๋มของผิวหนัง แผลเป็นบริเวณผิวที่มีลักษณะคล้ายพังผืด หรือ ผิวหนังทั้งสองข้างอาจถูกยกกระชับไม่เท่ากัน เป็นต้น

ข้อเสีย และผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นได้ จากการร้อยไหมแบบก้างปลา

ถึงแม้ว่าการร้อยไหมแบบก้างปลา จะได้รับความนิยมเป็นอย่างมากแต่การร้อยไหมก้างปลานั้นอาจมีข้อเสีย เนื่องจากเมื่อระยะเวลาผ่านไป เส้นไหมในส่วนของเงี่ยงก้างปลาที่ยึดเนื้อเยื่อผิวหน้าเอาไว้อาจหักได้ ส่งผลให้ผิวหน้ากลับมาหย่อนคล้อยตามเดิม โดยที่ในบางกรณีอาจมีเส้นไหมโผล่ออกมาจากผิว ซึ่งจะต้องอาศัยการผ่าตัดเพื่อที่จะเอาออก ก่อให้เกิดความยุ่งยากตามมา
นอกจากนี้ การร้อยไหมยังอาจทำให้ผิวหน้าบวมช้ำเป็นระยะเวลาประมาณ 2 สัปดาห์ ซึ่งอาการดังกล่าวนี้ เกิดได้จาก 4 สาเหตุดังต่อไปนี้ค่ะ

  1. คนไข้มีเนื้อแก้มมาก เวลาร้อยไหมจึงทำให้เกิดการดึงมากจนเกินไป
    ในกรณีที่คนไข้มีเนื้อแก้มเยอะ แนะนำให้ทำเมโสแฟตให้แก้มน้อยลงก่อนครับ จะทำให้สามารถดึงไหมได้เยอะขึ้น

    หรือในบางกรณี การร้อยไหมก็สามารถช่วยให้เนื้อแก้มน้อยลงได้เช่นกัน ด้วยกระบวนการ fat-reposition หรือการดึงไขมันด้วยการร้อยไหม แต่จะต้องอาศัยการร้อยไหมหลายครั้ง ซึ่งใช้ระยะเวลาหลายเดือนค่ะ
  2. การดึงไหมผิดแนว
    หากคนไข้ต้องการจะร้อยไหม เพื่อลดริ้วรอยบริเวณร่องแก้ม จะทำให้โหนกแก้มมีเนื้อเยอะขึ้น และส่งผลให้ใบหน้าดูบวมได้ เนื่องจากโดยปกติ การร้อยไหมจะเน้นแก้ไขความหย่อนของแก้ม ในบริเวณใกล้ๆ มุมปากมากกว่า หากจะลดริ้วรอยบริเวณร่องแก้ม แนะนำให้เข้ารับบริการยกกระชับผิวหน้าด้วยโปรแกรมการรักษาอื่น ๆ เช่น Hifu, Ulthera หรือ Thermage ค่ะ
  3. การอักเสบติดเชื้อ
    หลังจากร้อยไหม ในช่วง 3-4 วันแรกจะมีอาการบวมบริเวณผิวหน้า และหลังจากนั้นอาการบวมจะเริ่มยุบลงจนใบหน้าดูกระชับเข้าที่ภายใน 2 สัปดาห์ แต่ถ้าหลังจาก 4 วันแล้ว ยังมีอาการบวมแดงมากขึ้น ปวดมากขึ้น คนไข้ต้องรีบกลับมาพบแพทย์เพื่อตรวจเรื่องอาการอักเสบติดเชื้อต่อไปค่ะ
  4. บวมเลือด, บวมน้ำ
    บวมเลือด คือ มีเลือดออกในชั้นผิว ในขณะที่บวมน้ำ คือ มีน้ำคั่งในชั้นผิว ซึ่งเกิดจากการอักเสบ ซึ่งทั้ง 2 กรณีนี้ จะสามารถยุบบวม และหายได้เองภายในระยะเวลา 2-3 อาทิตย์หลังทำ โดยไม่ก่อให้เกิดอันตรายอื่น ๆ ตามมาค่ะ