เทอเมจกับร้อยไหมแตกต่างกันอย่างไร

เมื่ออายุของคนเราเพิ่มมากขึ้นส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในเรื่องต่าง ๆ ทั้งเรื่องของอารมณ์ ความคิด ร่างกาย จิตใจส่งผลต่อการดำเนินชีวิตเป็นอย่างมาก จากเด็กสาวก็เริ่มเจริญเติบโตเป็นวัยทำงาน ที่ต้องทำงานเพื่อแลกกับเงินเดือนมาเลี้ยงชีพของตนเองและครอบครัว เมื่อถึงช่วงเวลาหนึ่งก็จะมีคู่ครองและแต่งงาน ทำให้เริ่มเกิดการเปลี่ยนต่อชีวิตและร่างกาย ทั้งการทำงานที่มากขึ้นหลังจากกลับจากทำงานก็จะต้องดูแลครอบครัว ทำให้เหล่าผู้หญิงไม่ค่อยได้มีเวลาดูแลตนเองมากหนัก ส่งผลให้ผิวพรรณที่ร่างกายและใบหน้ามีความเสื่อมถอยลงไป ถึงเวลาที่จะต้องดูแลตนเอง

การดูแลตนเองเพื่อไม่ให้ผิวพรรณเสื่อมถอยก็จะมีวิธีการหลากหลายวิธี ทั้งการออกกำลังกายในรูปแบบต่าง ๆ เช่น การวิ่งในช่วงเย็น การเดินในสวนสาธารณะ การเล่นโยคะภายในบ้าน เป็นต้น แต่ทว่าผู้หญิงหลายคนอาจจะไม่ได้เน้นในเรื่องของสุขภาพ แต่มุ่งความสนใจไปที่ผิวพรรณโดยเฉพาะ เนื่องจากไม่มีเวลาที่จะออกกำลังการการไปสถาบันเสริมความงามเพื่อช่วยในเรื่องของการดูแลผิวพรรณเป็นสิ่งที่ทำได้ง่าย และสะดวกสำหรับผู้หญิงยุคใหม่ ในสถาบันเสริมความงามก็จะมีบริการต่าง ๆ ที่เปิดรองรับผู้หญิง เช่น การทำทรีทเม้นต์ การร้อยไหม การฉีดฟิลเลอร์ การทำเทอเมจ เป็นต้น ให้ผู้หญิงได้เลือกสรร ทางสถาบันเสริมความงามไม่ได้จำกัดแค่ผู้หญิงเพียงอย่างเดียว ผู้ชายก็สามารับเข้ารับการดูแลผิวได้ ก่อนที่จะเลือกใช้บริการต้องทำความเข้าใจถึงความแตกต่างระหว่างเทอเมจกับการร้อยไหมก่อนเพื่อใช้ในการเปรียบเทียบการตัดสินใจ

การทำ thermage

  1. การทำเทอเมจคืออะไร

การทำเทอเมจ คือ นวัตกรรมความงามที่มีการใช้คลื่นวิทยุแบบขั้วเดียว โดยนำมาใช้ในการกระตุ้นเซลล์ผิวอย่างล้ำลึกตั้งชั้นผิวหนังแท้ไปจนถึงชั้นกล้ามเนื้อ นวัตกรรมเทอเมจจะช่วยในเรื่องการลดเลือนริ้วรอย สร้างคอลลาเจนให้แก่ชั้นผิว ซึ่งคอลลาเจนจะช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงให้แก่ชั้นผิว อีกทั้งการเทอเมจจะช่วยยกกระชับผิวหน้าให้ที่มีความหย่อนคล้อยให้กลับมากระชับและเต่งตึง สามารถทำเทอเมจได้ทั้งผิวหน้า ผิวกายโดยไม่ต้องผ่าตัด การทำเทอเมจเหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาในเรื่องของความหย่อนคล้อยของผิวหน้า มีริ้วรอยก่อนวัยอันควร ผิวมีความหมองคล้ำไม่สดใส มีรูขุมขนกว้างส่งผลให้เกิดความมันบนใบหน้า ไม่เพียงแค่บริเวณใบหน้าเท่านั้น ผู้ที่ประสบปัญหาความหย่อนคล้อยบริเวณอื่นตามร่างกายเช่นท้องแขน หน้าท้อง ต้นขา เป็นต้น เทอเมจก็สามารถช่วยยกกระชับได้เช่นกัน

  1. เทอเมจมีการทำงานอย่างไร

เทอเมจเป็นนวัตกรรมเสริมความงามที่อาศัยการทำงานของคลื่นวิทยุแบบขั้วเดียว มาช่วยในการจัดการกับปัญหาทางด้านความหย่อนคล้อย ริ้วรอยที่เพิ่มขึ้น การทำงานของเทอเมจจะใช้พลังงานจากความร้อนที่ส่งคลื่นวิทยุออกมาที่เครื่องมือ ซึ่งความร้อนที่ใช้จะเป็นความร้อนแบบสม่ำเสมอ เหตุผลที่ต้องใช้ความร้อนในลักษณะนี้ เพราะความร้อนจากคลื่นวิทยุจะช่วยให้ผิวมีความกระชับ รูขุมขนเล็กลง พร้อมทั้งไปกระตุ้นให้เซลล์ผิวได้มีการผลิตคอลลาเจนมาซ่อมแซมผิวให้มีผิวหน้าที่แข็งแรง ดูเต่งตึง ลดริ้วรอยที่เกิดขึ้นบนผิวหน้าจากการแสดงอารมณ์ต่าง ๆ ในชีวิตประจำวัน จะสามารถเห็นผลลัพธ์ได้อย่างชัดเจนจากการทำครั้งแรก และจะมีความชัดเจนเพิ่มมากขึ้นในระยะเวลา 2-3 เดือน ซึ่งอาศัยกระบวนการการสร้างคอลลาเจนเพื่อเพิ่มความแข็งแรงให้แก่ผิวหน้าและจะคงทนอยู่ได้ถึง 1- 2 ปี

  1. การร้อยไหมคืออะไร

การร้อยไหมคือการยกกระชับใบหน้าของผู้ที่เข้ารับการร้อยไหม โดยสามารถร้อยไหมเพื่อยกกระชับได้ทั้งผิวหน้าและผิวกาย แต่ส่วนใหญ่จะนิยมการร้อยไหมกับใบหน้า ปาก จมูก ด้วยวิธีการร้อยไหมเข้าที่ใต้ผิวหนัง เพื่อให้เส้นไหมที่สามารถละลายได้ไปช่วยในการสร้างคอลลาเจนเสริมสร้างให้บริเวณที่ทำมีความตึงและกระชับ อีกทั้งยังทำให้เลือดสูบฉีดและไหลเวียนมายังบริเวณที่ได้ทำการร้อยไหม

  1. อายุที่เหมาะสำหรับการร้อยไหม

การร้อยไหมนับว่าเป็นที่นิยมในช่วงอายุระหว่าง 30-60 ปี เนื่องจากในช่วงวัยนี้จะมีการทำงานของเซลล์ลดน้อยลง อีกทั้งยังได้รับทั้งมลภาวะ ฝุ่นและแสงแดดสะสมมาอย่างยาวนาน ส่งผลให้สภาพผิวขาดความกระชับและไม่ยืดหยุ่น ขาดความชุ่มชิ้นและแห้ง การร้อยไหมจึงเป็นทางเลือกหนึ่งที่จะช่วยให้สภาพผิวกับมามีความกระชับและความชุ่มชิ้นได้ เพราะการร้อยไหมไม่ได้ทำเพียงแค่การใช้เส้นไหมร้อยเข้าไปใต้ผิวหนังเท่านั้น เส้นไหมที่ใช้ในการร้อยยังไปช่วยในการสร้างคอลลาเจนให้แก่บริเวณที่ได้ทำการร้อยไหมให้ความกระชับและชุ่มชื้นเพิ่มขึ้น

  1. การทำเทอเมจต่างจากการร้อยไหมอย่างไร

การจะเลือกใช้บริการเสริมความ จะต้องทราบปัญหาที่เกิดขึ้นกับสภาพผิว ผิวของแต่ละบุคคลก็มีปัญหาที่แตกต่างกัน การดูแลผิวพรรณก็เช่นกัน ควรเลือกวิธีการดูแลตามความเหมาะสม ซึ่งทั้งการทำเทอเมจและการร้อยไหมมีความแตกต่างกัน ดังนี้

5.1. เป็นผู้มีเวลาในการดูแลผิวพรรณไม่มาก

สำหรับผู้ที่มีความต้องการให้ผิวของตนเองมีความชุ่มชื้น และมีความกระชับอย่างถาวรไม่ต้องเดินทางไปที่สถาบันบ่อยครั้ง ก็ควรที่จะเลือกทำการร้อยไหม เพราะการร้อยไหม 1 ครั้งสามารถทำให้บริเวณที่ทำมีความกระชับอย่างยาวนาน ไม่เหมือนกับการทำเทอเมจ ระยะเวลาในการทำเทอเมจจะใช้เวลา 1 ชั่วโมง การทำ 1 ครั้งจะสามารถยืดความอ่อนเยาว์ของผิวได้ประมาณ 1-2 ปี ผลลัพธ์จะเกิดขึ้นหลังจากการทำครั้งแรก แต่จะมีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้นเมื่อคอลลาเจนเริ่มมีโครงสร้างที่แข็งแรง จึงใช้ระยะเวลาที่เห็นได้ช้ากว่าการร้อยไหม

5.2. การพักรักษาหลังการดูแลผิวพรรณทั้งการทำทรีทเม้นท์และการร้อยไหม

หลังการทำเทอเมจไม่ต้องพักรักษาตัวนาน ต่างจากการร้อยไหมที่ต้องพักรักษาตัวหลังการทำอย่างน้อย 1-2 วันเพื่อสังเกตอาการที่เกิดขึ้นหลังจากการร้อยไหม อาจจะมีอาการบวมบริเวณใบหน้าแต่สามารถหายได้เองตามธรรมชาติ แต่ทำเทอเมจแล้วสามารถกลับไปทำงานได้ตามปกติ ส่งผลให้ไม่เสียเวลาในการทำงานและยังสามารถสร้างผิวที่อ่อนเยาว์ได้อน่างรวดเร็ว

5.3. วิธีการทำและผลข้างเคียงที่แตกต่างกัน

การทำเทอเมจจะช่วยซ่อมแซมผิวในภาวะที่ขาดความชุ่มชื้นของสภาพผิว ขาดความกระชับและมีริ้วรอย สามารถเห็นผลลัพธ์ได้ตั้งแต่การทำครั้งแรก และจะเห็นผลลัพธ์อย่างชัดเจนเมื่อระยะเวลาผ่านไป 2-3 เดือน วิธีการทำเทอเมจจะมีวิธีการทำคล้ายการทำเลเซอร์แต่ให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่า นอกจากนี้จะใช้เพียงพลังงานความร้อนจากคลื่นวิทยุเพื่อช่วยยกกระชับผิว ไม่ต้องทำการฉีดยาชา ส่งผลให้การทำเทอเมจไม่มีผลข้างเคียงและไม่เจ็บบริเวณที่ทำ ต่างจากการร้อยไหมที่ต้องฉีดยาชาเพื่อทำการสอดเส้นไหมเข้าไปยังใต้ผิวหนังในบริเวณที่จะทำ และอาจจะทำให้เกิดรอยช้ำ อาการบวมบริเวณที่ทำการร้อยไหม หรือเสี่ยงที่จะเกิดพังผืดที่บริเวณที่ได้ทำการร้อยไหม เป็นผลข้างเคียงถ้าหากเลือกการทำร้อยไหมที่ไม่ได้มาตรฐาน

5.4. จุดประสงค์ในการทำที่คล้ายกัน

การทำเทอเมจจะใช้พลังงานความร้อนเพื่อกระตุ้นเซลล์ผิวให้เกิดการหดตัว ส่งผลให้เกิดการยกกระชับบริเวณผิวหน้า กระชับรูขุมขนต่าง ๆ ที่หย่อนคล้อย อีกทั้งยังเสริมสร้างคอลลาเจนให้มีความแข็งแรง สามารถนำไปซ่อมแซมผิวที่สึกหรอได้ เช่นเดียวกับการร้อยไหม จุดประสงค์ในการร้อยไหมคือผิวขาดความกระชับ มีความหย่อนคล้อย จึงต้องทำการร้อยไหมและเส้นไหมยังสามารถช่วยสร้างคอลลาเจนให้แก่ผิว

  1. ข้อดีของการทำเทอเมจ

6.1 นวัตกรรมเทอเมจมีผู้เชี่ยวชาญให้ความสนใจในการพัฒนาอยู่เสมอทำให้ไม่มีผลข้างเคียงจากการทำในระยะยาว

6.2 ประหยัดเวลาในการพักฟื้น เพราะหลังจากการทำสามารถกลับไปทำงานได้ตามปกติโดยไม่ต้องพักรักษาตัวหลังเข้ารับบริการ

6.3 ไม่มีข้อจำกัดในการทำเทอเมจ สามารถทำได้ทุกสภาพผิว ทั้งผิวแห้ง ผิวผสม ผิวมัน และผิวธรรมดา

6.4 การทำเทอเมจสามารักษาปัญหาผิวได้ในครั้งเดียว ไม่ต้องกลับมาทำซ้ำ 3-4 ครั้งถึงจะทำให้เกิดผลลัพธ์