แค่ร้อยไหม…ก็ยกหางตาให้ดูสดใสได้ ปลอดภัย เห็นผลชัวร์

แค่มีริ้วรอยบนใบหน้า ก็เรียกว่าเป็นปัญหาใหญ่แล้วใช่ไหมคะ สำหรับสาว ๆ ในยุคปัจจุบัน ที่ให้ความสำคัญกับความสวยงามและการดูแลสุขภาพผิวของตนเอง ซึ่งในปัจจุบันนี้ หนทางการรักษาปัญหาริ้วรอยร่องลึกตามบริเวณต่าง ๆ บนใบหน้า ก็มีให้เลือกอยู่ไม่ใช่น้อย ซึ่งหนึ่งในวิธีการรักษาริ้วรอยก่อนวัย และผิวหย่อนคล้อย ที่ได้รับความนิยมมานานมากกว่า 10 ปี นั่นก็คือ การร้อยไหมนั่นเองค่ะ
การร้อยไหมนั้น สามารถช่วยแก้ปัญหาผิว และริ้วรอยก่อนวัยได้หลากหลายบริเวณ เช่น ใบหน้าที่หย่อนคล้อย ริ้วรอยเหี่ยวย่นบริเวณแก้ม ร่องจมูก ขากรรไกร หน้าผาก รวมไปถึงบริเวณหางตา ก็สามารถใช้เทคนิคการร้อยไหมนี้  ตรงเข้ายกหางตาให้เชิดขึ้นได้ โดยใช้เวลาเพียง 30 นาที – 1 ชั่วโมงเท่านั้น ส่งผลให้ดวงตาดูกลมโต เพิ่มความสดใสให้แก่ใบหน้าได้มากขึ้นด้วยค่ะ

ร้อยไหม คืออะไร มีหลักการการทำงานอย่างไร ?

การร้อยไหมนั้น คือการศัลยกรรมเพื่อเสริมความงาม โดยไม่ต้องอาศัยการผ่าตัดและพักฟื้น โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ จะใช้เข็มนำเส้นไหมละลายที่มีเงี่ยงสอดลงในชั้นผิวหนัง หากร้อยด้วยเทคนิคที่ถูกต้องก็จะเกิดเป็นเส้นไยอิลาสติน เข้าไปช่วยประคองผิวที่หย่อนคล้อยให้ดูยกกระชับขึ้น โดยจะมีจุดที่ดึงบริเวณแก้มส่วนล่าง และจุดที่ยึดอยู่บริเวณขมับ เมื่อดึงเข้าหากันจึงสามารถทำการกระชับเนื้อแก้มที่หย่อนลงขึ้นได้ทันที ไหมที่ร้อยเข้าไปจะทำหน้าที่คล้ายตะขอเกี่ยว โดยผิวหน้าก็จะถูกเกี่ยวขึ้นมาตามเส้นไหม ในทิศทางที่ร้อยไหมเข้าไป และเมื่อเวลาผ่านไป 6-18 เดือน เส้นไหมดังกล่าวก็จะละลายหายไปได้เอง โดยไม่เป็นอันตรายต่อผิวหน้าค่ะ

การร้อยไหม มีประโยชน์อย่างไร ?

การร้อยไหม นับว่าเป็นรูปแบบศัลยกรรมเสริมความงามอย่างหนึ่ง เพื่อยกกระชับใบหน้า และคืนความอ่อนเยาว์ให้แก่ผิวหน้า ที่ได้รับความนิยมมานาน โดยที่การร้อยไหมนั้น ก็มีหลายแบบให้เลือก โดยรวมจะให้ผลลัพธ์ในการกระชับผิว ทำให้หน้าเรียวเล็กเป็น V-Shape คล้ายดาราเกาหลี ซึ่งส่งผลให้ใบหน้าดูอ่อนกว่าวัย เสริมสร้างความมั่นใจให้กับสาว ๆ ทุกช่วงวัยได้เป็นอย่างดีค่ะ  อันที่จริงแล้ว การร้อยไหมนั้น ถือว่าเป็นวิธียกกระชับผิวที่ใช้ได้ทั้งกับผิวหน้า รวมไปถึงผิวทั่วร่างกาย แต่มักได้รับความนิยมในการช่วยกระชับผิวหน้ามากกว่าค่ะ โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะใช้ไหมละลายจำนวนหลายเส้น ร้อยเข้าไปใต้ผิวหนัง การทำเช่นนี้ส่งผลให้เกิดการอักเสบของเนื้อเยื่อใต้ผิวและมีการสร้างคอลลาเจนขึ้นมาใหม่บริเวณรอบเส้นไหม ทำให้ผิวหน้าถูกดึงรั้งจนตึง ทั้งยังช่วยให้เลือดไหลเวียนมาเลี้ยงผิวหนังบริเวณดังกล่าวมากขึ้น การร้อยไหมนั้น สามารถช่วยแก้ปัญหาผิว และริ้วรอยก่อนวัยได้หลากหลายบริเวณ เช่น ใบหน้าที่หย่อนคล้อย ริ้วรอยเหี่ยวย่นบริเวณแก้ม ร่องจมูก ขากรรไกร หน้าผาก รวมไปถึงบริเวณหางตา ก็สามารถใช้เทคนิคการร้อยไหมนี้  ตรงเข้ายกหางตาให้เชิดขึ้นได้ โดยใช้เวลาเพียง 30 นาที – 1 ชั่วโมงเท่านั้น ส่งผลให้ดวงตาดูกลมโต เพิ่มความสดใสให้แก่ใบหน้าได้มากขึ้นด้วยค่ะ

การร้อยไหมบริเวณหางตา สามารถช่วยในเรื่องใดได้บ้าง

1. ช่วยแก้ปัญหาหางตาตก ทั้งที่เกิดจากอายุที่มาขึ้น และที่เกิดจากกรรมพันธุ์ หางตาจะยกขึ้นกว่าเดิม ทำให้ดวงตาให้ดูสดใสขึ้น
2. ช่วยทำให้ชั้นตาชัดขึ้น เนื้อบริเวณหนังตาถูกเก็บเข้า โดยไม่ทำให้ตาดูบวม
3. ช่วยลดเลือนริ้วรอยบริเวณรอบดวงตา
4. ช่วยลดขนาดถุงใต้ตาให้ดูเล็กลง
5. ให้ผลลัพธ์ที่อยู่ได้นานกว่าการใช้ Botox ฉีดบริเวณหางตา โดยที่การร้อยไหมจะอยู่ได้ประมาณ 1 ปี ในขณะที่ Botox จะอยู่ได้ประมาณ 4-6 เดือนค่ะ

ก่อนการร้อยไหม ต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้าง ?

การร้อยไหมเป็นเทคนิคการยกกระชับหน้าที่ต้องทำโดยผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น ก่อนอื่นสาว ๆ ควรเลือกรับบริการการร้อยไหมจากคลินิกที่ได้มาตรฐานและมีความน่าเชื่อถือ จากนั้นจึงนัดหมายเพื่อพูดคุยปรึกษาแพทย์ เกี่ยวกับปัญหาผิว ราคา ขั้นตอน ผลข้างเคียง ความเสี่ยง รวมถึงให้แพทย์ช่วยทำการประเมินความเหมาะสมของคนไข้ต่อการร้อยไหม  สำหรับคนไข้บางรายที่อาจมีโรคประจำตัว หรือภาวะบางอย่าง ก็ไม่แนะนำให้เข้ารับการร้อยไหมนะคะ ตัวอย่างเช่น โรคแพ้ภูมิ โรคไวรัสตับอักเสบ โรคที่เกี่ยวข้องกับเกล็ดเลือดและการแข็งตัวของเลือด รวมไปถึงหญิงที่กำลังตั้งครรภ์ หรือกำลังให้นมบุตร และผู้ที่กำลังใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด กำลังมีภาวะติดเชื้อ หรือเคยเกิดแผลเป็นจำพวกคีลอยด์มาก่อน ซึ่งหากคนไข้ไม่ได้อยู่ในกลุ่มภาวะเสี่ยงดังกล่าวในข้างต้น ก็สามารถเข้ารับบริการการร้อยไหมเพื่อรักษาผิวหย่อนคล้อยและกระชับรูปหน้าได้ค่ะ

นอกจากนี้ แพทย์ก็จะช่วยประเมินสภาพผิวให้กับคนไข้แต่ละราย เพื่อดูว่าควรใช้ไหมประเภทใด และใช้จำนวนเท่าไรในการทำ รวมถึงประเภทของยาชา และปริมาณที่ต้องใช้ และสำหรับคลินิกหลาย ๆ แห่ง อาจมีการถ่ายภาพก่อนการรักษา เพื่อให้คนไข้สามารถนำไปเปรียบเทียบความเปลี่ยนแปลงหลังเข้ารับการรักษาได้อย่างชัดเจน การร้อยไหมควรอยู่ในการดูแลของแพทย์ผู้ชำนาญ และมีประสบการณ์สูง อย่างน้อย 5-10 ปีเป็นต้นไป เพื่อความปลอดภัย และผลลัพธ์ที่น่าพึงพอใจ  ซึ่งโดยทั่วไปการร้อยไหมจะเห็นผลชัดเจนใน 1 เดือนแรกหลังทำ ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและการดูแลตนเองของแต่ละบุคคลด้วยค่ะ

ผลลัพธ์ยกกระชับใบหน้าด้วยการร้อยไหม

การร้อยไหมเป็นเทคนิคการยกกระชับผิวหน้าเพียงชั่วคราว โดยผลลัพธ์จะคงอยู่ประมาณ 1-2 ปี ซึ่งสาว ๆ บางคน อาจสามารถสังเกตความหย่อนคล้อยของผิวที่เริ่มกลับมาเล็กน้อยหลังจากร้อยไหมไป 6 เดือน ทำให้อาจต้องเข้ารับการร้อยไหมอีกครั้งเพื่อคงผลลัพธ์ให้ยาวนานยิ่งขึ้น  โดยทั่วไป ใบหน้าของคนไข้ผู้เข้ารับการร้อยไหมอาจมีอาการบวมในช่วงแรก ซึ่งอาการบวมดังกล่าวนี้ จะสามารถยุบลงได้เอง และกลับมาดูเป็นปกติภายในประมาณ 24 – 48 ชั่วโมงค่ะ

ขั้นตอนการดูแลตัวเองหลังการร้อยไหม

1. รับประทานยาตามแพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันอาการอักเสบติดเชื้อ
2. หลีกเลี่ยงการนอนทับในบริเวณที่ทำการร้อยไหม โดยเฉพาะบริเวณหางตา ที่มีผิวพรรณบอบบาง
3. ในกรณีของการร้อยไหมเพื่อยกหางตา ควรหลีกเลี่ยงการเช็ดถู หรือขยี้ตาแรง ๆ
4. งดการสูบบุหรี่ และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ รวมไปถึงอาหารทะเลและของหมักดองต่าง ๆ
5. เมื่อไรก็ตามที่มีอาการบวมแดง สามารถใช้การประคบเย็นเพื่อบรรเทาได้
6. งดการทำเลเซอร์ ทรีทเมนท์ นวดหน้า หรือหัตถการใด ๆ เกี่ยวกับผิวหน้าเป็นเวลา 2 สัปดาห์ – 2 เดือน
7. หลีกเลี่ยงการสัมผัสความร้อน เช่นการอบไอน้ำ การใช้ไดร์เป่าผมลมร้อน การทำอาหาร เป็นต้น

ข้อควรระวังของการร้อยไหม

ในบางกรณี คนไข้อาจเกิดผลข้างเคียงจากการแพ้เส้นไหมได้ โดยอาการแพ้ดังกล่าว จะมีอาการเบื้องต้นคือ ผิวหนังบวมแดง เกิดตุ่มแดงตามแนวที่ร้อยไหม ซึ่งหากอาการดังกล่าวรุนแรงมาก ก็อาจมีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ จากเข็มที่ใช้สอดเส้นไหมจำนวนมากเข้าไปที่ผิวหนัง และหากแพทย์ผู้ร้อยไหมขาดความชำนาญและประสบการณ์ที่มากพอ ก็อาจทำให้เกิดผลข้างเคียงอื่น ๆ ตามมา เช่น รอยบุ๋มของผิวหนัง แผลเป็นบริเวณผิวที่มีลักษณะคล้ายพังผืด หรือ ผิวหนังทั้งสองข้างอาจถูกยกกระชับไม่เท่ากัน เป็นต้น

ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นได้จากการร้อยไหม

การร้อยไหมยังอาจทำให้ผิวหน้าบวมช้ำเป็นระยะเวลาประมาณ 2 สัปดาห์ ซึ่งอาการดังกล่าวนี้ เกิดได้จาก 4 สาเหตุดังต่อไปนี้ค่ะ

  1. คนไข้มีเนื้อแก้มมาก เวลาร้อยไหมจึงทำให้เกิดการดึงมากจนเกินไป
  2. การดึงไหมผิดแนว โดยปกติแล้ว การร้อยไหมจะเน้นแก้ไขความหย่อนของแก้ม ในบริเวณใกล้ๆ มุมปากมากกว่า หากจะลดริ้วรอยบริเวณร่องแก้ม แนะนำให้เข้ารับบริการยกกระชับผิวหน้าด้วยโปรแกรมการรักษาอื่น ๆ เช่น Hifu, Ulthera หรือ Thermage ค่ะ
  3. การอักเสบติดเชื้อ หากหลังจากร้อยไหมเป็นเวลา 4 วัน คนไข้ยังมีอาการบวมแดงในบริเวณผิวหน้า และรู้สึกเจ็บปวดมากขึ้นเรื่อย ๆ แนะนำให้รีบกลับมาพบแพทย์เพื่อตรวจเรื่องอาการอักเสบติดเชื้อต่อไปค่ะ
  4. อาการบวมน้ำ หรือเลือดคั่งในชั้นผิว ซึ่งทั้ง 2 กรณีนี้ ผิวหนังจะสามารถยุบบวม และหายได้เองภายในระยะเวลา 2-3 อาทิตย์หลังทำ โดยไม่ก่อให้เกิดอันตรายอื่น ๆ ตามมาค่ะ

เลือกคลินิกร้อยไหมอย่างไร จึงจะมั่นใจได้ในความปลอดภัย แถมยังไม่ต้องกลัวเจ็บ

1. สำหรับสาว ๆ คนไหนที่กลัวเจ็บ แนะนำว่าควรเลือกแพทย์ที่มีความชำนาญสูง ซึ่งโดยส่วนใหญ่มักจะมือนิ่ง มือเบา สามารถวิเคราะห์ใบหน้า เพื่อทำการแก้ไขปรับรูปหน้าให้มีความสมดุล ร้อยไหมได้อย่างตรงจุด รวมถึงช่วยเลือกขนาด ชนิด และปริมาณของไหมที่ใช้ร้อยได้อย่างเหมาะสมที่สุด

2. ควรเลือกเข้ารับบริการจากคลินิกที่น่าเชื่อถือ ได้มาตรฐาน มีใบอนุญาตประกอบการจากกระทรวงสาธารณสุข  เพื่อความมั่นใจเรื่องความปลอดภัย สะอาด ไหมที่ใช้มีคุณภาพ และสิ่งอำนวยความสะดวกช่วยเหลือยามฉุกเฉินครบครัน

3. มีช่องทางติดต่อสื่อสาร เช่น เบอร์โทรศัพท์ และช่องทางออนไลน์ ไว้ให้สามารถปรึกษากับแพทย์และทีมงานในกรณีฉุกเฉินได้ตลอดเวลา หากเกิดผลข้างเคียง หรืออาการไม่พึงประสงค์ จะได้สามารถติดต่อสอบถามได้อย่างสะดวกรวดเร็ว

4. ทำเลที่ตั้งของคลินิก ควรช่วยมอบความสะดวกสบายทั้งในเรื่องการเดินทางและการจอดรถ เนื่องจากหลังจากร้อยไหมเสร็จแล้ว คนไข้ควรหลีกเลี่ยงความร้อนและการอยู่กลางแจ้งเป็นเวลานาน ๆ มิฉะนั้นอาจเกิดการอักเสบ และส่งผลให้อาการบวมแดงบริเวณผิวหน้าหายช้าลงค่ะ