ไม่อยากมีถุงใต้ตาต้องThermage เท่านั้นที่ช่วยคุณได้

  1. Thermage คืออะไร

เป็นการรักษาโดยใช้เทคโนโลยีที่เรียกว่า Monopolar Capacitive Radiofrequency (CRF) ด้วยคลื่นวิทยุความถี่สูง (Radio Frequency หรือ RF) ในการกระชับผิว ด้วยการส่งผ่านความร้อนลงไปยังชั้นผิวที่มีไขมันและคอลลาเจน ช่วยในการฟื้นฟูคอลลาเจนให้กลับมามีความยืดหยุ่นพร้อมกระตุ้นให้เกิดการสร้างคอลลาเจนใหม่ ที่มีความยืดหยุ่นมากกว่าเดิม ลดริ้วรอยและกระชับผิวที่หย่อนคล้อย  เหมาะกับผู้ที่มีปริมาณไขมันบนใบหน้าเยอะ เป็นอีกวิธีที่ได้รับความนิยมจาดเหล่าบรรดาผู้ที่ต้องการ ความรวดเร็วในการกระชับผิวหน้าเพราะไม่ต้องลงมีดให้เจ็บตัว เห็นผลไว ไม่เสียเวลาพักฟื้น ด้วยเครื่องมือที่มีมานานกว่า 20 ปีมีมาตรฐานความปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ

  1. ใช้เวลานานไหมกว่าจะทำการรักษาเสร็จ

การยกกระชับผิวหน้าหย่อนคล้อยด้วยเทคโนโลยี โดยไม่ต้องผ่าตัด ไม่มีบาดแผล ที่สำคัญคือไม่ใช่แค่สามารถรักษาปัญหาบนใบหน้าเท่านั้น บริเวณอื่น ๆ ก็สามารถทำได้ เช่น หน้าท้อง ต้นแขน ก้น ให้เป็นสัดส่วนสวยงามมากขึ้น ปราศจากไขมันสะสมที่มีมากเกินไปในร่างกาย ทำให้ดูอ่อนกว่าวัย พิวพรรณผ่องใสนุ่มนวล ช่วยเพิ่มความแข็งแรงให้กับผิวหน้าหลังทำ ผลลัพธ์หลังการรักษาเห็นผลชัดเจนภายในเวลา 2-6 เดือนและอยู่ได้ 1-2 ปี ในการทำ 1 ครั้ง

  1. Thermage คืนความอ่อนเยาว์ให้ดวงตา

เมื่อคนเราอายุมากขึ้นปัญหาผิวหน้าก็มากขึ้นเช่นกันโดยเฉพาะบริเวณรอบดวงตาไม่ว่าจะเป็น ถุงใต้ตา ริ้วรอย ผิวหย่อนคล้อย หางตาตก เป็นสาเหตุที่ทำให้ดูแก่กว่าวัยหรืออาจจะเกิดจากสาเหตุอื่นร่วมด้วย เช่น การนอนดึก เครียด การใช้สายตาหนักมากเกินไป การทำงานหนักจนเกิดอาการเหนื่อยล้า ทำให้ร่างกายขาดโปรตีน, กรดไขมันสำคัญ รวมถึงวิตามินบี, กรดโฟลิก หรือแม้กระทั่งก่อนประจำเดือนมา การขยี้ตาบ่อย ๆ พฤติกรรมดังกล่าวก่อให้เกิดการอ่อนล้าสะสมในบริเวณรอบดวงตา ทำให้ตาคล้ำและบวมได้ การแก้ไขปัญหาเหล่านี้ ด้วยการใช้อายครีมก็ดูเหมือนว่าจะไม่เพียงพอที่จะทำให้ปัญหานี้หมดไป

  1. Thermage มีการทำอย่างบ้าง

การใช้เครื่องมือเทอร์มิเนทที่มีประสิทธิภาพอย่าง Thermage CPTและThermage FLX ก่อนอื่นเราจะมาทำความรู้จักกับ Thermage ทั้งสองว่าทำงานเหมือนหรือต่างกันอย่างไร แตกต่างของ Thermage CPT และ Thermage FLX เริ่มที่จำนวนช็อตในการรักษาที่แตกต่างกัน รุ่น CPT จำนวนช็อตอยู่ที่ 1200 ช็อตมีหัวทิบขนาด 3 ตารางเซนติเมตร ส่วนรุ่น FLX จำนวนช็อตอยู่ที่ 900 ช็อตมีหัวทิบ ขนาด 4 ตารางเซนติเมตร

  • หัวทิบของรุ่น CPT สามารถลงลึกชั้นใต้ผิวหนังได้น้อยกว่ารุ่น FLX เล็กน้อยไม่กี่มิลลิเมตรแต่ FLX มีจำนวนที่มากกว่าจึงไม่ค่อยแตกต่างกันมากนัก
  • เวลาที่ใช้ในการรักษาที่ต่างกันเนื่องจากจำนวนช็อตของแต่ละรุ่น CPT 1200 ช็อต ใช้เวลารักษาประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที ส่วน FLX นั้น จำนวนช็อตอยู่ที่ 900 ช็อต ใช้เวลาน้อยกว่าประมาณ 18 นาที
  • รุ่น CPT ไม่มีจอทัชสกรีน (Tochscreen) แต่รุ่น FLX นั้นมีฟังชั่นนี้
  • รุ่น CPT มีระบบ Pre Cooling ที่ต้องใช้คู่กับแพทย์ผู้ที่มีความชำนาญคอยดูแลรักษาตลอดเวลา ส่วน FLX นั้นมีระบบ Pre and Post cooling ที่ช่วยป้องกันไม่ให้อุณหภูมิที่ผิวหน้าเกิดความร้อนมากเกินไป

ความเหมือนของทั้ง 2 รุ่น คือมีหัวทิบสำหรับหน้า (Face Tip) หัวสำหรับลำตัว (Body Tip) และหัวสำหรับตา (Eye Tip) ทั้งสองรุ่นมีทั้งหมด 3 ลักษณะเหมือนกัน มีระบบสั่นที่ช่วยบรรเทาอาการเจ็บระหว่างทำการรักษามี Cooling System ที่ปล่อยความเย็นให้ผิวหน้าชั้นบนเพื่อไม่ให้ผิวหนังเสี่ยงต่อการไหม้จากจำนวนช็อตให้ผลการรักษาเหมือนกัน ซึ่งทำได้ไปทำซ้ำได้ปีละครั้งระยะเวลาของผลลัพธ์อยู่ที่ 1-2 ปี การรักษาด้วยวิธีนี้กับถุงใต้ตาจะใช้เครื่องมือบนเปลือกตาโดยตรง ด้วยฝีมือแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านจักษุ เพราะต้องระมัดระวังความปลอดภัยแก่ดวงตาเป็นอย่างมาก

  1. ช่วยแก้ปัญหาในเรื่องใด

ถุงใต้ตาที่มีขนาดใหญ่เกินไปเนื่องจากไขมันลดลง ริ้วรอยเหี่ยวย่นบริเวณรอบดวงตาเรียบเนียนขึ้น กระตุ้นการสร้าง Collagen ใต้ผิวทำให้กระชับเต่งตึงคืนความสดใส ความอ่อนเยาว์ แก้หนังตาตก เพื่อชะลอการรักษาก่อนทำการผ่าตัด

  1. การทำ Thermage เหมาะกับใครบ้าง

คนที่มีไขมันส่วนเกินบนใบหน้า และต้องการให้ใบหน้าดูเรียวกระชับ โดยไม่ต้องทำศัลยกรรมหรือยกกระชับริ้วรอย แต่จะใช้การกระตุ้นให้เกิดการสร้างคอลลาเจน เพื่อให้ยกกระชับโดยธรรมชาติกับสภาพผิวให้ดูเรียบเนียนลดปัญหา ใบหน้าหย่อนคล้อย ริ้วรอย รวมถึงคุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์หลังคลอด หรือคนที่เพิ่งผ่าตัดศัลยกรรมอื่น ๆ โดยที่ไม่ได้รับอันตราย ไม่ต้องซักพักฟื้นหลังจากทำการรักษา จะเห็นความเปลี่ยนแปลงบริเวณที่ทำภายใน 2- 6 เดือน

  1. มีผลข้างเคียงหรือไม่

การยกกระชับผิวหน้าด้วยเทคโนโลยีนี้ ได้รับการรับรองมาตรฐานจากองค์การอาหารและยาของสหรัฐ ดังนั้นจึงไม่ต้องกังวลเรื่องความไม่ปลอดภัยสามารถการันตีผลการรักษา มีเคสน้อยมากที่จะเกิดผลข้างเคียง ถ้าหากมีจะอยู่ที่ประมาณ 1 เปอร์เซ็นต์ ที่จะพบผื่นบริเวณการรักษาหรืออาจจะไม่เกิดขึ้น การบวมแดงที่จะหายไปเอง 1-2 สัปดาห์ แต่มีข้อยกเว้นสำหรับผู้ที่เป็นเบาหวานและโรคมะเร็งที่ไม่ควรทำด้วยวิธีนี้

  1. เตรียมตัวอย่างไรก่อนทำ

การรักษาด้วย Thermage ไม่จำเป็นต้องเตรียมอะไรยุ่งยากเพียงแค่เตรียมใจและเงินในกระเป๋า เพื่อรับการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้น

  1. การดูแลอย่างไรหลังทำ

การรักษาไม่มีการพักฟื้นใด ๆ สามารถแต่งหน้าได้ตามต้องการ แต่ควรทาครีมกันแดดที่มี SPF มากกว่า 30 + เป็นประจำอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะออกแบบหรือไม่ก็ตาม ทำกิจกรรมต่าง ๆ ได้ไม่ว่าข้างในร่มหรือนอกสถานที่ ไม่จำเป็นต้องดูแลมากมายให้วุ่นวาย

  1. ที่ใดบ้างที่ให้บริการ

  • THE KLINGUE (เดอะคลินิก)
  • The clover Skin Clinic
  • APEX Profound Beauty
  • 55th Clinic
  • STAR CLNIC
  • BANGKOK HOSPITAL
  • Ruk Khun Clinic
  • SLC Clinic
  • MEDGLOW CLINIC
  • MEKO CLINIC

โดยสถาบันชั้นนำเหล่านี้ได้รับการการันตีว่ามีการรักษาที่มีประสิทธิภาพได้มารตราฐาน แม้ว่าจะเจ็บแต่ก็ให้ผลคุ้มค่า และที่สำคัญคือไม่ต้องไปขึ้นเตียงผ่าตัดให้เจ็บปวดนาน เพราะเป็นเทคโนโลยีที่สามารถช่วยให้ผิวกระชับได้จริง แต่ครั้นว่าจะเลือกสถานที่ในการทำก็มีปัจจัยหลายอย่างให้ต้องพิจารณาตัดสินใจไม่ได้สักทีว่าจะทำที่ไหนและเลือกคลินิกอย่าง ทางเราจึงจะพาทุกท่านไปพบกับหลักในการดูว่าสถานประกอบการแห่งนั้นเชื่อถือไว้วางใจได้หรือไม่ ดังนี้

  • สถานประกอบการต้องมีใบอนุญาตจากกระทรวงสาธารณสุข ที่สามารถการยืนยันว่าคลินิกแห่งนั้นมีคุณสมบัติที่เป็นไปตามกระทรวงสาธารณสุขกำหนด โดยมีกระบวนการตรวจสอบว่าเป็นคลินิกที่ถูกกฎหมายหรือไม่ พร้อมกับมีใบอนุญาตตามที่กระทรวงสาธารณสุขออกให้
  • แพทย์มีใบประกอบวิชาชีพที่ยืนยันโดยแพทย์สภา ว่าเป็นแพทย์ที่มีความรู้ความสามารถเพียงพอในการรับผิดชอบชีวิตคนไข้ โดยส่วนมากแล้วทุกคลินิกศัลยกรรมจะทำการติดใบประกอบวิชาชีพของแพทย์ไว้ที่หน้าห้องหรือหน้าคลินิก หากไม่มีเราสามารถขอดูใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเพื่อนำมาตรวจสอบว่าจริงหรือปลอมได้
  • แพทย์แต่ละท่านมีความชำนาญที่ต่างกัน การเลือกแพทย์ที่จะมาทำ Thermage ให้กับเราจะต้องเป็นผู้ที่มีความเชี่ยวชาญในด้านการทำ ซึ่งดูได้จาก การพูดคุย การรีวิวของลูกค้าท่านอื่น ๆ และผลงานของแพทย์เท่านั้น ๆ
  • ความสะอาดและที่ตั้งได้มาตรฐาน มีที่ตั้งเป็นหลักแหล่งชัดเจน หาง่าย สะดวกในการเดินทาง และเครื่องมือที่ใช้ในการตรวจหรือผ่าตัด ต้องมีการฆ่าเชื้อ การดูแลอย่างถูกต้องตามมาตรฐาน มีเครื่องมือวัดความพร้อมของคนไข้ เพื่อลดความเสี่ยงในการผิดพลาด พร้อมช่วยเหลือยามฉุกเฉินได้ทัน
  • การแจกแจงรายละเอียดที่ชัดเจนสามารถให้ข้อมูลรายละเอียดการบริการหรือสินค้าได้อย่างชัดเจน เพื่อให้คนไข้ได้ทราบถึงกระบวนการทั้งหมด
  • ราคาที่เหมาะสมในการทำการรักษา ไม่ควรเลือกราคาที่ถูกจนเกินไป อาจทำให้ได้คุณภาพที่ไม่ดี หากเลือกราคาที่แพงจนเกินไปก็อาจจะเสียเปรียบดังนั้นวิธีที่ดีที่สุดจึงควรเลือกคลินิกที่ให้ราคาอย่างสมเหตุสมผล ไม่ถูกหรือแพงจนเกินไป เพื่อให้การทำ Thermage มีประสิทธิภาพและคุ้มค่า ได้ผลลัพธ์ตามที่คาดหวัง