Hifu ผู้หญิงตั้งครรภ์สามารถทำได้หรือไม่

ผู้หญิงทุกคนเกิดมาพร้อมกับความสวย เมื่อเวลาผ่านไปจากวัยเด็กที่มีความสดใส เริ่มมาเป็นวัยรุ่นผ่านประสบการณ์ต่าง ๆ มากมายและเติบโตมาเป็นวัยทำงานและผู้ใหญ่ เริ่มเข้าสู่วัยทำงานที่ต้องพบเจอกับปัญหาต่าง ๆ ทั้งในเรื่องการทำงานและเพื่อนร่วมงาน ทำให้เผชิญกับภาวะความเครียด ความกดดันจากทั้งเพื่อนร่วมงานและการใช้ชีวิต ความเครียดสามารถส่งผลกระทบต่อร่างกายของมนุษย์ได้ แม้จะไม่ได้แสดงออกอย่างชัดเจน แต่ความเครียดจะทำร้ายผิวของทุกคน ทำให้วัยทำงานมีปัญหาทางด้านสุขภาพผิวตามมา เช่น ความหมองคล้ำ ผิวไม่สดใส มีริ้วรอยจากการแสดงอารมณ์ เป็นต้น ซึ่งจากผลกระทบที่เกิดขึ้นส่งผลให้ผู้หญิงที่อยู่ในวัยทำงานเริ่มขาดความมั่นใจ

ปัญหาความหมองคล้ำ มีริ้วรอย ความหย่อนคล้อยของคุณผู้หญิงสามารถแก้ไขได้ ปัจจุบันนวัตกรรมที่ช่วยในเรื่องของความงาม ทั้งการแก้ไข หรือเสริมความงามต่าง ๆ มีเป็นจำนวนมาก ทั้งการศัลยกรรมที่จะช่วยแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นกับผู้หญิงได้อย่างตรงจุดประสงค์ การทำ hifu ที่จะเพิ่มความกระชับให้แก่ผิวหน้าและผิวกาย การทำร้อยไหมเพื่อยกกระชับใบหน้าและส่วนอื่น ๆ เช่น ปาก คางและใต้ตา เป็นต้น การทำทรีทเมนต์เพื่อเสริมสร้างความแข็งแรงให้กับผิวได้เป็นอย่างดี วิธีการเสริมความงามเหล่านี้ผู้หญิงทุกคนสามารถทำได้ แต่ผู้หญิงที่ตั้งครรภ์ควรจะปรึกษาแพทย์ผู้เชียวชาญจากสถาบันความงามที่ได้มาตรฐาน

การทำHifu คืออะไร

การทำ Hifu คือการเสริมความงามให้แก่ผิวรูปแบบหนึ่ง สามารถทำได้ทั้งผิวหน้าและร่างกายโดยเป็นนวัตกรรมรูปแบบใหม่ที่จะช่วยลดเลือนริ้วรอยต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นบนในหน้า ความหย่อนคล้อยของผิว และเพิ่มความกระชับให้แก่ผิวหน้าและผิวกายนอกจากนี้การทำ Hifu จะช่วยในการลดไขมันในส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย ทั้งบริเวณใบหน้า ท้องแขน หรือส่วนอื่น ๆ ที่ผู้ใช้บริการให้ความสนใจเป็นพิเศษ ปัจจุบันการทำHifu มีเทคโนโลยีแบบใหม่ ซึ่งเพิ่มประสิทธิภาพในการยกกระชับและลดเลือนริ้วรอยต่าง ๆ ได้อย่างดี เรียกว่า MMFU

การทำ Hifu สามารถช่วยในเรื่องใดบ้าง

นวัตกรรมความงามที่เรียกว่า Hifu สามารถช่วยในเรื่องการลดเลือนริ้วรอยบริเวณใบหน้าที่เกิดจากการแสดงอารมณ์ทางใบหน้าของวัยทำงาน และเกิดจากความเครียดสะสมในการทำงาน ช่วยในเรื่องการยกกระชับใบหน้าและส่วนต่าง ๆ ของร่างกายที่ได้รับมลภาวะต่าง ๆ จนเกิดความหย่อนคล้อยบริเวณใบหน้า นอกจากนี้การทำHifu ยังสามารถช่วยในการลดไขมันในส่วนต่าง ๆ ของร้างกายได้ทั้งไขมันบริเวณใบหน้า ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนให้แก่ผิว การกระชับรูขุมขน

hifu จึงเปรียบเสมือนทางเลือกที่ดีที่จะช่วยในการแก้ปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นกับผิวทั้งปัญหาริ้วรอยที่เพิ่มขึ้นตามช่วงอายุ ปัญหาความหย่อนคล้อยของใบหน้า ปัญหารูขุมขนกว้าง ปัญหาใยหน้าไม่กระชับมีไขมันสะสมบริเวณแก้มและใต้คางเป็นจำนวนมาก ปัญหาทุกข้อที่กล่าวมาสามารถใช้ hifu เป็นตัวช่วยในการขจัดปัญหาและเสริมสร้างความแข็งแรงให้แก่ผิวหน้าได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ อีกทั้งยังช่วยเสริมความมั่นใจในการทำงานให้แก่ผู้หญิงที่ต้องใช้ความสวยในการทำงานของตนเอง เช่น พิธีกรในงานต่าง ๆ พิธีกรผู้แนะนำสินค้า เจ้าสาวที่ต้องการเสริมความมั่นใจก่อนแต่งงาน เป็นต้น

ผู้หญิงที่ตั้งครรภ์สามารถทำhifuได้หรือไม่

ผู้หญิงที่ตั้งครรภ์ทุกคนจะมีการสื่อสารระหว่างตนเองกับเด็กที่อยู่ภายในครรภ์ เมื่อตนเองรับประทานสิ่งใด เด็กที่อยู่ในครรภ์ก็จะได้รับสารอาหารจากที่แม่รับประทานเข้าไปด้วย ผู้หญิงที่ตั้งครรภ์มีความรู้สึกอย่างไร เด็กในครรภ์สารถรับรู้ความรู้สึกได้ จากการศึกษาข้อมูลพบว่าผู้หญิงที่ตั้งครรภ์ยังไม่สามารถทำhifu ได้

เนื่องจากการทำhifu จะต้องใช้คลื่นพลังงานในการช่วยกระตุ้นเซลล์ผิวให้เกิดการกระชับ และยังมีการใช้พลังงานความร้อนในการทำให้ไขมันบริเวณใบหน้าหดตัว ดังนั้นผู้หญิงที่ตั้งครรภ์ไม่ควรที่จะทำ hifu เพราะต้องรับทั้งพลังงานคลื่นและความร้อนที่จะมากระตุ้นเซลล์ผิว ซึ่งเป็นคลื่นที่มีความถีสูงแพทย์ที่เชียวชาญเรื่องการทำ Hifu จะไม่แนะนำให้ผู้หญิงที่ตั้งครรภ์เข้ารับบริการเพราะคลื่นความถี่สูงจะส่งผลกระทบต่อสมองของเด็กที่อยู่ในครรภ์ได้ และถ้าหากได้รับคลื่นความถี่มากเกินไปจะส่งผลต่อระบบการพัฒนาของสมองและร่างกายของเด็กในครรภ์ แพทย์จะแนะนำให้ผู้หญิงที่ตั้งครรภ์งดการทำ Hifu ก่อนจะกว่าจะถึงกำหนดคลอด เพื่อความปลอดภัยของตนเองและเด็กในครรภ์

หลังการทำ Hifu จะมีประสิทธิภาพนานเท่าใด

ผลจากการทำHifu จะแสดงผลได้นานถึง 6 เดือน – 1 ปี ขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละบุคคล โดยในช่วง 2-3 เดือนแรกหลังการทำ Hifu จะมีประสิทธิภาพมากที่สุด และจะมีผลต่อไปถึง 6 เดือนจะทำให้ประสิทธิภาพลดลง แต่ในบางกรณีประสิทธิภาพจะคงทนถึง 1 ปี ในกรณีเช่นนี้เป็นผลสืบเนื่องมาจากการใช้คลื่นพลังงานในการทำที่แตกต่างกันขึ้นอยู่กับผู้เข้ารับบริการ ที่มีคามอดทนต่อคลื่นพลังงามได้ไม่เท่ากัน ผลหลังจากทำhifu จึงมีความแตกต่างกัน แพทย์จะประเมินและจะให้คำแนะนำสำหรับการทำ Hifu ครั้งถัดไป

การดูแลตนเองก่อนการทำHifu

ก่อนที่จะเข้ารับการทำ Hifu ควรจะศึกษาวิธีการดูแลตนเองเพื่อเพิ่มความสะดวกให้แก่แพทย์ และจะไม่ส่งผลเสียต่อการรับบริการ อีกทั้งยังช่วยให้การทำHifu มีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น ดังนี้

  1. ผู้ที่จะเข้ารับบริการควรที่จะพักผ่อนให้เพียงพออย่างน้อย 6-8 ชั่วโมง
  2. ผู้ที่จะเข้ารับบริการควรงดการดื่มเครื่องดื่มแอลกฮอล์และการสูบบุหรี่
  3. ผู้ที่จะเข้ารับบริการควรรับประทานอาหารให้ครบทั้ง 5 หมู่เพื่อเป็นการช่วยเสริมภูมิต้านทานให้แก่ผิวของตนเองและกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนให้กับเซลล์ผิวใหม่ที่จะเกิดหลังจากการทำ Hifu

ผู้ที่จะเข้ารับบริการควรที่จะศึกษาข้อมูลก่อนการทำอย่างละเอียด และควรปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้แก่การทำ Hifu

การดูแลตนเองหลังจากการทำ Hifu

หลังจากการทำ Hifu แพทย์จะมีคำแนะนำเพิ่มเติมเพื่อให้ผู้รับบริการได้ปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัดและจะช่วยให้ผลของการทำhifu มีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น

  1. สามารถใช้ครีมทาผิวในการดูแลผิวหน้าได้ โดยเฉพาะครีมกันแดด ควรใช้ครีมกันแดดที่มีค่า SPF สูงเพื่อป้องกันแสงแดดที่จะมากระทบกับผิวหน้า เป็นตัวช่วยในการเพิ่มประสิทธิภาพหลังจากการทำ Hifu ด้วย
  2. ควรที่จะหลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมการแจ้ง หรือการหลีกเลี่ยงแสงแดดอย่างน้อย 1-2 สัปดาห์ เพื่อจะช่วยให้ผิวหลังการทำได้มีการฟื้นฟูคอลลาเจนที่อยู่บริเวณใต้ผิวหนัง
  3. สามารถรับประทานยาแก้ปวดได้ เมื่อมีการปวดเมื่อย หรือตึงบริเวณที่ทำ Hifu เช่นผิวหน้า ใต้ตาเป็นต้น
  4. ควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสใบหน้าอย่างรุนแรง เช่นการนวดหน้า การถูใบหน้าแรง ๆ ขณะทำคงามสะอาดใบหน้าเป็นต้น
  5. สำหรับผู้ที่ชอบดื่มเครื่องดื่มแอลกฮอล์และสูบบุหรี่ ควรงดการดื่มแอลกฮอล์และสูบบุหรี่หลังการทำ Hifu อย่างน้อย 1-2 สัปดาห์ เพราะการดื่มและสูบบุหรี่จะทำลายคอลลาเจนใต้ชั้นผิวหนังได้

การทำ hifu เป็นทางเลือกหนึ่งที่จะสามารถช่วยแก้ปัญหาผิวที่เกิดขึ้นในวัยทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งปัญหาริ้วรอย ความหย่อนคล้อยของผิวพรรณ รูขุมขนบริเวณใบหน้าที่มีความกว้างและไม่กระชับ ปัญหาเหล่านี้สามารถแก้ไขได้ การทำ Hifu สามาทำได้ทุกเพศ ทั้งผู้หญิงและผู้ชายสามารถเข้ารับการดูแลผิวพรรณแบบ Hifu ได้ แต่ผู้หญิงที่ตั้งครรภ์แพทย์จะไม่แนะนำให้เข้ารับการดูแลผิวพรรณในรูปแบบนี้ เนื่องจากมีการใช้คลื่นเสียง ซึ่งในการทำ Hifu จะมีวิธีการทำหลายช็อตเมื่อผู้หญิงที่ตั้งครรภ์เข้ารับการทำ Hifu อาจจะส่งผลกระทบต่อเด็กในครรภ์ได้ ดังนั้นผู้หญิงที่ตั้งครรภ์ควรรอหลังคอลดจึงจะเข้ารับบริการการทำ Hifu ได้ และเมื่อเข้ารับการทำ Hifu ควรปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัดเพื่อเป็นการช่วยให้การทำ hifu เกิดประสิทธิภาพสูงสุด และไม่เกิดผลข้างเคียง

บทความดีๆ จาก Ulthera