Thermage และ Ulthera ต่างกันอย่างไรและทำตัวไหนถึงดีที่สุด

ปัญหาหนักใจตามอายุวัยที่เพิ่มขึ้นของแต่ละคนย่อมหนีไม่พ้นเรื่องความหย่อนคล้อยของผิวหน้า ดูไม่กระชับและมีริ้วรอยลึกตามที่ต่าง ๆ จนทำให้ดูแก่กว่าอายุจริงไปหลายปี หรือแม้แต่ปัญหาไขมันสะสมที่ใบหน้าทำให้มีชั้นคอ กรอบหน้าไม่กระชับดูอวบ เพราะระบบการเผาผลาญเพื่อลดเหนียงเริ่มทำได้ยากขึ้นเมื่ออายุเพิ่มขึ้น ซึ่งปัญหากวนใจต่าง ๆ เหล่านี้ทำให้เสียความมั่นใจไป ดังนั้นทางเลือกที่ดีที่สุดคือการเข้าคลินิกเสริมความงามเพื่อแก้ปัญหานี้ แต่ก็มีข้อมูลเรื่องการทำ Thermage และ Ulthera ที่มีคุณสมบัติคล้ายกันมากจนไม่รู้ว่าต้องตัดสินใจทำอันไหน ทว่าข้อมูลต่อไปนี้จะเป็นตัวช่วยให้ประกอบการตัดสินใจได้ง่ายขึ้น

การทำ Thermage และ Ulthera แตกต่างกันตรงไหน ?

ถึงแม้ว่าสรรพคุณหลักของการทำ Therrmage และ Ulthera จะเหมือนกันคือช่วยในเรื่องการยกกระชับผิวหน้าบริเวณต่าง ๆ พร้อมลดเลือนริ้วรอย ซึ่งไม่เพียงแค่คุณสมบัติที่ดูเหมือนกันมากแต่ยังรวมไปถึงกระบวนการทำก็แยกค่อนข้างยากจนหลายคนแยกไม่ออกว่าอันไหนคือการทำ Therrmage อันไหนคือการทำ Ulthera ซึ่งถ้าแยกจากกรรมวิธีจะอธิบายได้ง่าย ๆ คือ การทำ Thermage จะเป็นการใช้เครื่องที่ปล่อยคลื่นความถี่สูงมากเพื่อส่งพลังงานความร้อนในอุณหภูมิที่เหมาะสมกับสภาพผิวหน้าของแต่ละคนเข้าไปยังชั้นผิวหนังที่ลึกที่สุดได้แบบกระจายทั่วทุกจุด เพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนของผิวหน้าให้ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพพร้อมทั้งแก้ปัญหาเรื่องเส้นใยคอลลาเจนที่ไม่กระชับเกาะตัวกับชั้นผิวหนังให้กลับมายึดติดกับเนื้อเยื่อผิวหน้าได้ดีขึ้น ดังนั้นเครื่องที่ใช้ในการทำ Thermage จึงทำให้ผิวมีความแข็งแรงและยกกระชับได้ทันทีหลังทำเสร็จ ทั้งนี้ยังช่วยให้ริ้วรอยกับรอยเหี่ยวย่นทุกจุดบนใบหน้าลดน้อยลงมาก ส่วนประโยชน์ที่ได้แถมมากับเครื่องทำ Thermage คือผิวหน้ากระจ่างสว่างใสและดูสดชื่นจากการกระตุ้นคอลลาเจนในชั้นผิวนั่นเอง สำหรับทางการทำ Ulthera จะเป็นการใช้เครื่องอัลตราซาวด์อัลเทอร่าที่มีความถี่สูงมากเพื่อส่งพลังงานอัลตราซาวด์แบบเฉพาะเจาะจงกับปัญหาผิวหน้าของแต่ละคนเข้าไปยังกล้ามเนื้อใบหน้า หรือส่วนที่ลึกลงไปกว่าชั้นเส้นใยคอลลาเจนที่เครื่อง Thermage เข้าถึงได้ ดังนั้นการทำ Ulthera จึงเป็นนวัตกรรมในการฟื้นฟูบำรุงชั้นผิวหน้าที่ลึกที่สุดได้เป็นอย่างดีโดยที่ไม่ต้องผ่าตัดศัลยกรรมใด ๆ ส่วนผลลัพธ์หลังการทำ Ulthera ก็จะคล้ายกับการทำ Thermage ในเรื่องของการยกกระชับผิวหน้า ลดริ้วรอยในจุดต่าง ๆ ที่เป็นปัญหา แต่ที่เพิ่มเติมขึ้นมาคือ การทำ Ulthera จะช่วยให้ร่องแก้มกับใต้ตาที่ดูลึกกลับมาตื้นขึ้นและหนังตากับหางตาก็จะถูกยกกระชับขึ้นมาได้ด้วย ทำให้ดูเป็นผิวที่มีสุขภาพดีมีความสดใสทันที ทั้งนี้เรื่องระยะเวลาของทั้งสองอย่างแทบไม่ต่างกันเลย ไม่ว่าจะเป็นการทำ Thermage หรือ Ulthera จะเห็นผลได้ทันตาเห็นหลังทำเสร็จ แต่โครงสร้างและการทำงานของผิวหน้าจะเข้าที่สมบูรณ์เต็มร้อยจริง ๆ ก็คือระยะเวลาตั้งแต่ 1 เดือน โดยสามารถคงผลลัพธ์ไว้ได้นานสุดถึง 1 ปี ขึ้นอยู่กับวินัยในการดูแลตนเองหลังเข้ารับการบำรุงเสร็จ

การทำ Thermage กับ Ulthera อันไหนเหมาะกับใคร ?

หลังจากที่รู้ถึงกระบวนการทำงานของเครื่องทั้งสองไปแล้ว ซึ่งค่อยข้างคล้ายกันแต่ก็มีจุดแตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด แล้วทีนี้จะรู้ได้อย่างไรว่าต้องเข้าทำ Thermage หรือเข้าทำ Ulthera โดยสามารถสรุปได้ง่าย ๆ คือในการทำ Thermage เหมาะกับคนที่มีไขมันสะสมบริเวณใบหน้าเยอะจนมีชั้นคอหรือเหนียงที่หนาและไม่สามารถลดได้ ดังนั้นสำหรับคนที่ต้องการลดกระชับเหนียงให้หายไปและมีใบหน้าที่เข้ารูป รวมถึงไม่มีแก้มที่เป็นไขมันห้อยเกินมาก็ต้องแนะนำว่า Thermage คือทางเลือกที่ตอบโจทย์มากที่สุด ส่วนการทำ Ulthera จะเหมาะกับคนที่ไม่ค่อยมีไขมันบริเวณใบหน้ามากนัก แต่มีปัญหาผิวหน้าเหี่ยว หย่อนคล้อย รวมถึงบริเวณดวงตาที่ดูลึกหรือย่นและต้องการกระชับให้ได้ผิวเต่งตึงเยาว์วัยกลับมา ก็ควรทำ Ulthera แต่ถ้าเป็นผลลัพธ์ยิบย่อยอื่น ๆ ดังที่อธิบายไปในข้างต้นนั้นก็ถือว่าเป็นของแถมที่ติดมาจากเทคโนโลยีของทั้งสองกระบวนการนี้

ข้อดีและข้อเสียในการทำ Thermage และ Ulthera มีอะไรบ้าง ?

สิ่งที่สำคัญและจัดว่าเป็นข้อดีที่สุดสำหรับการทำ Thermage หรือ Ulthera นี้คือไม่รู้สึกเจ็บและไม่ต้องพึ่งการผ่าตัดหรือเข็มฉีดยาใด ๆ แม้กระทั่งยาชาก็ไม่ต้องใช้ เนื่องด้วยทั้งสองกระบวนการนี้เป็นนวัตกรรมใหม่ของทางคลินิกความงามที่ใช้เพียงคลื่นความถี่สูงสุดเข้าไปจัดการแก้ปัญหาผิวหน้าอย่างตรงจุด โดยแพทย์อาจมีการทาเจลเย็นเพียงอย่างเดียวเพื่อให้เครื่องสามารถถูไปบนใบหน้าได้อย่างราบรื่นเท่านั้น นอกจากนี้หลังการทำ Thermage หรือ Ulthera  เสร็จ ก็สามารถไปทำธุระอื่น ๆ ต่อได้ทันทีโดยไม่ต้องมีการพักฟื้น และไม่มีรอยแผล รอยช้ำเข็ม หรือรอยผ่าตัดใด ๆ ทั้งสิ้น ดังนั้นการทำ Thermage และ Ulthera จึงเป็นที่นิยมและได้รับความสนใจสูงมากขึ้น ส่วนข้อเสียของการทำทั้งสองอย่างนี้คือเรื่องของราคาค่าใช้จ่าย เนื่องจากเป็นเทคโนโลยีใหม่ที่มีประสิทธิภาพสูงและตอบโจทย์ทุกด้านของความงาม อีกทั้งยังไม่ทำให้เจ็บหรือทิ้งรอยแผลไว้เหมือนกับโปรแกรมคอร์สฟื้นฟูอื่น ๆ จึงทำให้มีราคาเริ่มต้นที่ค่อนข้างสูงแต่ไม่ถึงกับจับต้องไม่ได้ โดยราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 12,000 บาท ไปจนถึง 100,000 บาท ขึ้นอยู่กับปัญหาของผิวหน้าและอายุของผู้เข้ารับบริการ แต่โดยส่วนมากแล้วมักอยู่ในเรทราคาหลักหมื่นกันมากกว่า ดังนั้นถ้าไม่อยากไปจัดการปัญหาผิวหน้าแก่ก่อนวัยในราคาที่สูงมาก ก็ต้องรีบไปตั้งแต่ช่วงนี้ที่เริ่มรู้สึกไม่พอใจกับใบหน้าของตนเองก่อนที่จะอายุมากเกินไปและราคาก็จะมากขึ้นตาม เรียกได้ว่าถึงแม้ข้อเสียจะเป็นเรื่องราคาเพียงอย่างเดียว แต่ก็คุ้มค่าที่จะทำ Thermage หรือ Ulthera เป็นอย่างมาก นอกจากจะรวดเร็วไม่เสียเวลาแล้ว ยังไม่ทำให้เจ็บ พร้อมทั้งเห็นผลทันทีและไปเที่ยวต่อได้อีกด้วย และระยะเวลาของผลลัพธ์ก็อยู่ในนานถึง 1 ปี เพราะฉะนั้นเรียกได้ว่าเกินคุ้มจริง ๆ กับเทคโนโลยีทั้งสองนี้

สามารถทำ Thermage พร้อมกับทำ Ulthera เลยได้หรือไม่ ?

บางคนอาจเริ่มตัดสินใจลำบากเพราะผลลัพธ์ในจุดที่แตกต่างกันของทั้งสองกระบวนการนี้ก็น่าสนใจไม่น้อยไปกว่ากัน แถมยังเป็นเทคโนโลยีใหม่ไม่ทำให้เจ็บตัว ดังนั้นจึงอยากทำทั้ง 2 อย่างพร้อมกัน ก็คงต้องบอกว่าในความเป็นจริงคือสามารถทำพร้อมกันได้เลย แต่ไม่แนะนำให้ตัดสินใจแบบนี้เท่าไรนะ เพราะคนที่จะทำทั้ง Thermage ไปพร้อมกับ Ulthera เลยจะต้องเป็นคนที่มีปัญหาผิวหน้าหนักมากจนแก้ไขเบื้องต้นได้ยาก ซึ่งควรเป็นการแนะนำจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญมากกว่าความต้องการภายในใจ เพราะหลัก ๆ คือไม่คุ้มค่าเงินนัก ถ้าเลือกทำอย่างใดอย่างหนึ่งจะคุ้มและได้ผลลัพธ์ที่เต็มประสิทธิภาพมากกว่า ยกกระชับได้เร็วกว่า และประหยัดเวลามากกว่า แต่ถ้ายังไม่พอใจจริง ๆ ก็แนะนำให้ทำโปรแกรมอื่น ๆ ควบคู่หลังทำ Thermage หรือ Ulthera เสร็จแล้วจะดีกว่า เช่น การฉีด Botox เล็กน้อยหลังทำอย่างใดอย่างหนึ่งเสร็จ แบบนี้จะคุ้มมากกว่า ประหยัดกว่าหลายเท่า และได้ผลลัพธ์ที่น่าพึงพอใจมากกว่า

ถึงแม้ว่าจะตัดสินใจเองได้อย่างแน่ชัด มีคอร์สโปรแกรมที่อยากทำในใจแล้ว ไม่ว่าจะเป็นการทำ Thermage หรือ Ulthera ก็อย่าลืมที่จะปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญประจำคลินิกเสียก่อน เพื่อให้แพทย์ได้วิเคราะห์ถึงปัญหาของผิวหน้าแต่ละคนว่าเกิดจากอะไร เหมาะสมกับเทคโนโลยีไหนมากที่สุดในการยกกระชับผิวหน้า แต่ถ้าหากแพทย์ให้เลือกเองได้ อันนี้ก็ต้องใช้คำตอบที่คิดไว้ในใจออกมาตอบกับแพทย์อย่างชัดเจน นอกจากนี้ผู้ที่จะเข้ารับการดูแลรักษาด้วยกระบวนการทั้งสองนี้ต้องมีอายุตั้งแต่ 25 ปีขึ้นไปจึงจะเหมาะสมที่สุด ส่วนสิ่งที่สำคัญอีกอย่างคือการดูแลใบหน้าอย่างเหมาะสมด้วยวิธีต่าง ๆ ตามคำแนะนำของแพทย์หลังจากทำเสร็จ ซึ่งเรื่องนี้จะเป็นตัวกำหนดระยะเวลาของผลลัพธ์จากการทำ Thermage และ Ulthera ได้มาก